30 สิงหาคม 2555

พลังงานศักย์ พลังงานจลน์ พลังงานกล เฮ้ออออออ


    ตามคำนิยามของนักวิทยาศาสตร์ พลังงงาน (Energy) คือ ความสามารถในการทำงาน (Ability to do work) โดยการทำงานนี้อาจจะอยู่ในรูปของการเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนรูปของวัตถุ ก็ได้
การจำแนกพลังงานตามลักษณะการทำงาน
1. พลังงานศักย์ (Potential Energy) เป็นพลังงานที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุถูกวางอยู่ในตำแหน่งที่สามารถ เคลื่อนที่ได้ไม่ว่าจากแรงโน้มถ่วงหรือแรงดึงดูดจากแม่เหล็ก เช่น ก้อนหินที่วางอยู่บนขอบที่สูง
2. พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) เป็นพลังงานที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุเคลื่อนที่ เช่น รถที่กำลังวิ่ง ธนูที่พุ่งออกจากแหล่ง จักรยานที่กำลังเคลื่อนที่ เป็นต้น
3. พลังงานสะสม (Stored Energy) เป็นพลังงานที่เก็บสะสมในวสัดุ หรือ สิ่งของต่างๆ เช่น พลังงานเคมีที่เก็บสะสมไว้ในอาหาร ในก้อนถ่านหิน น้ำมัน หรือไม้ฟืน ซึ่งพลังดังกล่าว จะถูกเก็บไว้ในรูปขององค์ประกอบทางเคมีหรือของวัสดุหรือสิ่งของนั้นๆ และจะถูกปล่อยออกมาเมื่อวัสดุหรือสิ่งของดังกล่าวมีการเปลี่ยนรูป เช่น การเผาไม้ฟืนจะให้พลังงานความร้อน เป็นต้น

     ทั้งพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ ล้วนเป็นพลังงานกลที่สามารถเปลี่ยนรูปกลับไป กลับมาได้
พลังงานศักย์จะสะสมอยู่ในวัตถุที่พร้อมจะเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ ขณะที่พลังงานจลน์เป็นพลังงานที่อยู่ในวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ และตามกฏการอนุรักษ์พลังงานค่าของพลังงานกลจะคงที่
ดังนั้น  พลังงานกล = พลังงานศักย์ + พลังงานจลน์ เสมอ
    เมื่อพลังงานในระบบ (พลังงานกล) คงที่ แล้วพลังงานศักย์เพิ่มขึ้น พลังงานจลน์จะลดลง แต่ถ้า พลังงานศักย์ลดลง พลังงานจลน์จะเพิ่มขึ้น

ที่เพิ่มเติมคือ พลังงานศักย์ที่พบมาก มี 2 ชนิด
1. พลังงานศักย์โน้มถ่วง เกิดจากพลังงานที่สะสมไว้ในวัตถุที่อยู่สูงขึ้นไป
   กล่าวง่ายๆ คือ พลังงานที่สะสมอยู่ในวัตถุเมื่อเราทำให้มันอยู่ในระดับสูงขึ้นกว่าเดิม เช่นยกก้อนหินขึ้นข้างบนก็จะมีพลังงานศักย์เพิ่มขึ้น
   (Ep = mgh เมื่อ Ep คือพลังงานศักย์ m คือมวลของวัตถุ g คือความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก และ h คือระดับความสูง)
   เมื่อทิ้งก้อนหินลงมาพลังงานศักย์จะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานจลน์ โดยเพิ่มความเร็วขึ้นครับ (Ek = 1/2 m v^2 เมื่อ Ek คือพลังงานจลน์
    m คือมวลของวัตถุ และ v คือความเร็วของวัตถุ) ดังนั้นเมื่อเรายกวัตถุไว้สูงมากๆ จะตกถึงพื้นแรงกว่าเมื่อยกไว้ต่ำๆ
2. พลังงานศักย์ยืดหยุ่น เช่นเราดึงสปริงจากจุดสมดุล ยิ่งดึงแรงมากความยาวของสปริงที่ห่างจากสมดุลก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
  (พลังงานศักย์)มาก (Ep = -kx เมื่อ Ep คือพลังงานศักย์ k คือค่าคงตัวของสปริง คือสปริงอ่อนหรือแข้งนั่นเอง และ x คือระยะที่ยืดออก)
  ส่วนพลังงานจลน์ใช้สูตรเดียวกันกับพลังงานศักย์โน้มถ่วงครับ (Ek = 1/2 m v^2 เมื่อ Ek คือพลังงานจลน์ m คือมวลของวัตถุ และ v คือ
  ความเร็วของวัตถุ) นั่นคือยิ่งยืดไกล วัตถุจะถูกดึงให้เคลื่อนที่เร็วขึ้นด้วย


ให้กำลังใจครูบ้านนอกด้วยนะจ๊ะ ... ขอบคุณจ้า




...............................
วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย     สอนพิเศษพิษณุโลก  เรียนพิเศษในพิษณุโลก

29 สิงหาคม 2555

ฟาสต์แทร็กเลื่อนวิทยฐานะล่ม ขัดมติก.ค.ศ.ให้ใช้เวลา 2 ปีทำงาน

ฟาสต์แทร็กเลื่อนวิทยฐานะล่ม ขัดมติก.ค.ศ.ให้ใช้เวลา 2 ปีทำงาน



          นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอให้สำนักงาน ก.ค.ศ.พิจารณาปรับแก้กรอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูฯ มีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยข้อตกลงการปฏิบัติงาน (Performance Agreement) โดยเสนอให้ใช้ฟาสต์แทร็ก (Fast Track) เลื่อนวิทยฐานะ 1 ปี หากผลคะแนนประเมินของคณะกรรมการ 3 คนเป็นเอกฉันท์ และได้คะแนนสูง โดยวิทยฐานะชำนาญการ (ชก.) ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70, วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ (ชกพ.) คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75, วิทยฐานะเชี่ยวชาญ (ชช.) คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ (ชชพ.) คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85 ให้เสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา หรือ ก.ค.ศ.แล้วแต่กรณี พิจารณาอนุมัติได้ เมื่อสามารถพัฒนางานภายในปีเดียว ว่า คงไม่สามารถใช้ระบบฟาสต์แทร็กให้ข้าราชการครูฯ เลื่อนวิทยฐานะภายใน 1 ปีได้ เพราะตามมติ ก.ค.ศ.กำหนดให้ใช้เวลา 2 ปีการศึกษาในการปฏิบัติงาน
          นางศิริพรกล่าวว่า ที่สำคัญ กรอบร่างหลักเกณฑ์ฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ก.ค.ศ.กำหนดให้ดูผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับนักเรียน ไม่ใช่ดูผลคะแนนของผู้ที่ขอทำผลงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างให้แต่ละหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด เช่น สพฐ., สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่กำกับดูแลวิทยาลัยชุมชน ไปพิจารณาในรายละเอียดว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับนักเรียนควรดูจากตัวชี้วัดอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละหน่วยงานอาจกำหนดไม่เหมือนกัน ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลกลับมาจากหน่วยงานดังกล่าว ทั้งนี้ หลังได้รับแล้ว สำนักงาน ก.ค.ศ.จะนำเสนอ อ.ก.ค.ศ.ระบบที่เกี่ยวข้องพิจารณา ก่อนนำเสนอคณะกรรมการ ก.ค.ศ.พิจารณาเห็นชอบในเดือนกันยายน ส่วนจะนำมาบังคับใช้ได้ทันในปีนี้หรือไม่นั้น เป็นรายละเอียดที่ต้องรอฟังข้อสรุปจาก ก.ค.ศ.ยังไม่สามารถตอบได้
          "กรอบร่างหลักเกณฑ์ฯ ที่ ก.ค.ศ.เห็นชอบ กำหนดให้ใช้เวลา 2 ปีการศึกษาในการปฏิบัติงาน ไม่ใช่ 1 ปี และกำหนดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรอง และคณะกรรมการประเมิน ส่วนคณะกรรมการประเมินจะมีกี่ชุดนั้น เป็นเรื่องของรายละเอียดที่ต้องรอการหารือในที่ประชุม ก.ค.ศ. ดิฉันไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีกี่ชุด เบื้องต้นบอกได้ว่าคงไม่ใช่อย่างที่ สพฐ.เสนอ" นางศิริพรกล่าว

ที่มา  :  มติชนออนไลน  27  สิงหาคม  2555

ผมมีคำถามครับ
1. ถ้าโรงเรียนที่มีครูน้อย แล้วโดนเรียกไปประชุม อบรม สัมมนา ทำงานส่งเขตฯ ฯลฯ จะเอาเวลาที่ไหนสอนเด็กครับ แล้วคะแนนเด็กจะขึ้นหรือไม่ในเมื่อไม่มีเวลาสอน
2. ถ้าครูทุ่มเทสอนเด็ก แล้วใครจะทำงานวิชาการ การเงิน บุคลากร ธุรการครับ


ให้กำลังใจครูบ้านนอกด้วยนะจ๊ะ ... ขอบคุณจ้า




...............................
วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย     สอนพิเศษพิษณุโลก  เรียนพิเศษในพิษณุโลก

28 สิงหาคม 2555

วันนี้เหนื่อยมากๆเลย

วันนี้เป็นวันที่รู้สึกเหนื่อยมากๆ
สอน 6 ชม
สอนจนชั่วโมงสุดท้ายหลับคาโต๊ะนักเรียนเลย 555+



ให้กำลังครูบ้านนอกด้วยนะจ๊ะ ... ขอบคุณจ้า




...............................
วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย     สอนพิเศษพิษณุโลก  เรียนพิเศษในพิษณุโลก

27 สิงหาคม 2555

ห่วงแท็บเล็ตป.1 ดาบสองคมไม่บูรณาการสอนเชื่อเป็นขยะ

          จากกรณีมีผู้นำคอมพิวเตอร์พกพาหรือแท็บเล็ต ที่รัฐบาลแจกให้นักเรียน ป.1 ทั่วประเทศ ตามโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาไทย (One Tablet per Child) ไปทดสอบและสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ลามกอนาจารได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการระบุว่าแท็บเล็ต ป.1 ทุกเครื่องมีการบล็อกการเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมแล้ว

          ล่าสุด นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการวิจัยยืนยันมาตลอดว่า เด็กจะใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต แท็บเล็ต เพื่อการเรียนรู้เพียง 20% อีก 80% จะนำไปใช้ผิดประเภทเช่น เล่มเกม ดูเว็บโป๊ ขณะที่ปัจจุบันเด็กส่วนใหญ่ จะอยู่กับอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือเฉลี่ยวันละ 5-6 ชั่วโมง ซึ่งเสี่ยงอันตรายและปูพื้นฐานเด็กหมกมุ่นใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่เหมาะสม ดังนั้นถ้าจะให้เด็กโดยเฉพาะเด็ก ป.1 นำแท็บเล็ตกลับไปบ้านอีกจะยิ่งทำให้เด็กหมกมุ่นและใช้แท็บเล็ตผิดประเภทมากขึ้น แทนที่เด็กกลับบ้านจะทำกิจกรรมอื่นๆที่เกิดประโยชน์ เช่น เล่นกีฬา ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวเป็นต้นส่วนที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่าการจะให้เด็กนำแท็บเล็ตกลับบ้านได้หรือไม่เป็นดุลยพินิจของผู้บริหารและครูนั้นว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบถ้ามีอะไรเกิดขึ้น โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยให้เด็กนำแท็บเล็ตกลับบ้าน

          นายสมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในช่วง 3 เดือนที่แจกแท็บเล็ตไปแล้วจะต้องระมัดระวังเรื่องเครื่องจะมีปัญหา เสียและต้องซ่อม เพราะคุณภาพไม่ค่อยจะดี โดยศธ.ควรที่จะหาสถาบันการศึกษาในพื้นที่อย่างวิทยาลัยอาชีวศึกษา เข้ามาคอยช่วยซ่อมเครื่องให้หากมีปัญหา และหลังจากแจกแท็บเล็ตไปแล้ว 6 เดือน สิ่งที่เป็นห่วงและกังวลมาก คือจะทิ้งห้องเรียน เพื่อไปทำผลงานที่เป็นเอกสาร และปล่อยให้เด็กอยู่กับแท็บเล็ต โดนไม่มีใครคอยชี้แนะหรือชี้นำการใช้แท็บเล็ตในการเรียนรู้ สุดท้ายแท็บเล็ตจะเข้ามาแทนบทบาทของครู

          "ถ้า ศธ.ยังไม่เตรียมตัวป้องกันเรื่องเด็กนำแท็บเล็ตไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทั้งเรื่องสื่อลามก ดูเว็บโป๊ เล่นเกม นโยบายแจกแท็บเล็ตพังไม่เป็นท่าแน่นอน ช่วง 2-3 ปี ไม่ปฏิรูปการเรียนรู้ เอาเด็กเป็นศูนย์กลางพัฒนาครูและบูรณาการเรียนการสอนเชิงนโยบายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการศึกษาหรือไม่พยายามทำให้แท็บเล็ตเป็นเครื่องช่วยสอนอย่างที่บอก 3 ปีจากนี้จะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์แน่นอน" นายสมพงษ์กล่าว

ที่มา  :  สยามรัฐออนไลน์  24  สิงหาคม  2555


ให้กำลังครูบ้านนอกด้วยนะจ๊ะ ... ขอบคุณจ้า




...............................
วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย     สอนพิเศษพิษณุโลก  เรียนพิเศษในพิษณุโลก

26 สิงหาคม 2555

อีกหนึ่งรางวัลในอาชีพครู

วันนี้ ได้เดินทางจากพิษณุโลก มาเพื่อรับรางวัลจากสมาคมวัฒนธรรมหญิง ในพระบรมราชินูปถมภ์ ซึ่งเป็นรางวัลที่สาม ทีไ่ด้รับในปีนี้



ให้กำลังใจครูบ้านนอกด้วยนะจ๊ะ ... ขอบคุณจ้า




...............................
วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย     สอนพิเศษพิษณุโลก  เรียนพิเศษในพิษณุโลก

19 สิงหาคม 2555

กินพาราเซตามอลมากไป ระวังตับพัง

     พาราเซตามอล เป็นยาที่หาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ หรือ แม้กระทั่งร้านขายของชำก็ยังมีขาย แต่ใครจะรู้บ้างว่า หากกินติดต่อกันในปริมาณที่มากจนเกินไป จะเป็นอันตรายอย่างไรบ้าง


   พาราเซตามอล เป็นยาที่หาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ หรือ แม้กระทั่งร้านขายของชำก็ยังมีขาย แต่ใครจะรู้บ้างว่า หากกินติดต่อกันในปริมาณที่มากจนเกินไป จะเป็นอันตรายอย่างไรบ้าง

   เกี่ยวกับเรื่องนี้ ภก.วินิต อัศวกิจวิรี ผอ. กองควบคุมยา สำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ยาพาราเซตามอลที่ขึ้นทะเบียนในบ้านเรา มีชื่อการค้าประมาณ 900 ชื่อ แบ่งเป็นชนิดเม็ด และแคปซูลประมาณ 600 ชื่อ ส่วนอีก 300 ชื่อเป็นชนิดน้ำ ในส่วนของยาเม็ดนั้น ประมาณ 500 ชื่อการค้า มีขนาด 500 มก. ส่วนขนาด 325 มก. มี 80 ชื่อการค้า

   การกินพาราเซตามอล ชั่วครั้งชั่วคราว เพื่อแก้ปวด ลดไข้ คงไม่มีปัญหาอะไร แต่บางคนใจร้อนอยากหายเร็ว กินครั้งละ 2 เม็ด ๆ ละ 500 มก. เวลาผ่านไปยังไม่ถึง 4 ชม. ก็กินซ้ำลงไปอีก กรณีเช่นนี้ทำให้ได้รับพาราเซตามอลถึง 2 กรัม ซึ่งอาจจะเป็นพิษต่อตับได้โดยเฉพาะในคนที่ไวต่อพาราเซตามอล หากกินเกิน 2 กรัมขึ้นไป อาจจะทำให้ตับอักเสบได้ ในรายที่ตับอักเสบไม่รุนแรง อาจมีแค่อาการอ่อนเพลีย พักฟื้นสักพักก็หายเป็นปกติ แต่ถ้าโชคร้ายอาจถึงขั้นตับวายถึงแก่ชีวิตได้ แต่โอกาสจะเกิดน้อยมากเท่าที่ดูจากรายงานบ้านเราก็ยังไม่มีเรื่องนี้

   พาราเซตามอลกับปัญหาต่อตับ จึงขึ้นอยู่กับเชื้อชาติและความไวต่อยา ถ้าไม่ได้กินต่อเนื่องเป็นเวลานานคงไม่เป็นไร คือ คนส่วนใหญ่กิน 2 วันก็เลิกแล้ว ในคนที่มีปัญหาเรื่องตับ ถ้าหมอ หรือ เภสัชกรรู้ จะไม่จ่ายพาราเซตามอลให้ แต่จะจัดยากลุ่มอื่นให้แทน จึงขอเตือนว่า ควรหลีกเลี่ยงการกินพาราเซตามอลพร้อมกับดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะไปเสริมฤทธิ์กันและเป็นอันตรายต่อตับได้
ทำไมพาราเซตามอลขนาด 325 มก. ไม่เป็นที่นิยม ? ภก.วินิต กล่าวว่า บ้านเราเคยชินกับการกินพาราเซตามอลขนาด 500 มก. ซึ่งคนเชื่อว่า แรงกว่า กินเม็ดเดียวเอาอยู่ ทั้ง ๆ ที่ความจริงขนาดแค่ 325 มก.ก็ออกฤทธิ์ได้ผลเหมือนกัน

   ด้าน ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขา ธิการ อย. กล่าวว่า ไม่ควรกินพาราเซตามอล เกินกำหนดตามเอกสารยาที่ระบุ สำหรับขนาดเหมาะสมกับผู้ใหญ่ กิน 1 เม็ด 500 มก. ทุก 4 ชั่วโมง หรือ กิน 2 เม็ด 1,000 มก. ทุก 6 ชั่วโมง และไม่ควรกินเกินวันละ 8 เม็ด หรือ 4 กรัม ควรเว้นระยะห่างของการกินยาแต่ละครั้ง เพื่อให้ร่างกายเกิดการขับยา มิให้เกิดการสะสม เป็นอันตรายต่อตับ หากใช้พาราเซตามอล เกิน 5 วัน แล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ และหยุดการใช้ยาทันที สำหรับการใช้ยาในเด็ก ควรลดขนาดยาลง โดยใช้ยาครั้งละไม่เกิน 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หากไม่แน่ใจการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย

   สิ่งสำคัญที่อยากฝาก คือ ขอให้ผู้บริโภคอ่านฉลากยาอย่างละเอียดทุกครั้งถึงวิธีการใช้ คำเตือน ที่จะเป็นประโยชน์ ป้องกันอันตรายจากผลข้างเคียงจากการใช้ยา โดยเฉพาะการใช้พาราเซตามอล ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการทำงานของตับที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ผู้ที่ดื่มสุรามากจนตับเริ่มเสื่อม หรือมีการทำงานของตับที่เสื่อมลงจากการได้รับสารอะฟลาท็อกซินในอาหาร เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ หรือใช้ยาอื่นที่มีพิษต่อตับร่วมกับพาราเซตามอล โอกาสเกิดพิษย่อมมีมากขึ้น เพราะอันตรายที่สำคัญที่สุดของพาราเซตามอล คือ การเกิดพิษต่อตับ และขอให้ระมัดระวังในการใช้ยาแก้ปวด แก้ไข้ และยารักษาโรคต่าง ๆ เพราะยามีทั้งคุณและโทษ หากร่างกายมีโรคประจำตัว ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์


ให้กำลังใจครูบ้านนอกด้วยนะจ๊ะ ... ขอบคุณจ้า




...............................
วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย     สอนพิเศษพิษณุโลก  เรียนพิเศษในพิษณุโลก

18 สิงหาคม 2555

กราบอาลัยอาจารย์เฉลิมพร พงษ์ภู่




ได้ทราบข่าว ที่ทำ ให้หวั่นหวาด
ดังฟ้าฟาด ลงกลางใจ ไปเสียสิ้น
ฟ้ามาพราก อีกหนึ่งคน จากผืนดิน
ไปสู่ถิ่น แดนสรวง มิทันลา
เหล่าปวงศิษย์ ยังจำ ภาพนั้นได้
ภาพผู้ชาย ขี่มอ-ไซต์ ไม่เคยล้า
จากปีหนึ่ง ถึงปีสี่ ทุกวันมา
ทั้งคณะ มนุษย์ฯ รู้จักกัน
อีกทั้งศิษย์ ต่างคณะ ท่านเคยสอน
ต่างสังวร ท่านอาจารย์ พาสู่ฝัน
ติวกฎหมาย สอบบรรจุ ทุกคืนวัน
จากวันนั้น มีวันนี้ มีอาจารย์
ใครสนิท จะได้รู้ ถึงประวัติ
ว่าท่านเป็น ถึงปลัด ท่านขับขาน
เขาเรียกว่า นายอำเภอน้อย มาเนิ่นนาน
แล้วเปลี่ยนงาน มาสู่ รั้วพิบูลฯ
ท่านเชี่ยวชาญ ชำนาญ งานกฎหมาย
งานปกครอง มากมาย มิสิ้นสูญ
ท่านสานต่อ รุ่นสู่รุ่น ท่านเกื้อกูล
ลูกพิบูล ทั้งปวง ต่างจดจำ
เอกลักษณ์ คือรอยยิ้มที่มุมปาก
เมตตามาก สอนศิษย์ ด้วยมุกขำ
เรื่องพอเพียง ท่านเฉลิมพร ได้น้อมนำ
ท่านได้ทำ ให้เราเห็น ด้วยตนเอง
ท่านมาจากพวกเราไปไวเกินนัก
ดั่งไม้หัก ดั่งดวงจิต โดนข่มเหง
เสียงสะอื้น สุดหักห้าม ให้กริ่งเกรง
เสียงบรรเลงเพลงโศก มาโยกใจ
ไม่มีท่าน เฉลิมพร ในวันนี้
ฟ้าเปลี่ยนสี หมองหม่น มิสดใส
กราบลาท่าน ครั้งสุดท้าย จากดวงใจ
ขอส่งท่าน สู่ภพใหม่ นิรันดร

      พิริยะ  ตระกูลสว่าง
  ศิษย์คณะครุศาสตร์ โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป
    วิชากฎหมายการศึกษา และวิชาเลือกเสรี กฎหมายอาญา 1 และ อาญา 2
                                      พิบูลสงคราม 2544 - 2548
           18 สิงหาคม 2555



ให้กำลังใจครูบ้านนอกด้วยนะจ๊ะ ... ขอบคุณจ้า




...............................
วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย     สอนพิเศษพิษณุโลก  เรียนพิเศษในพิษณุโลก

17 สิงหาคม 2555

เด็กบ้านนอก ตะลุยสัปดาห์วิทยาศาสตร์

   วันนี้ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดยางแขวนอู่ ได้ออกจากโรงเรียนบ้านนอก เพื่อเข้าสัมผัสสีสันในเมืองพิษณุโลก

   จุดหมายแรกของวันนี้คือ การไปกราบไหว้พระพุทธชินราช และเดินทางทัวร์รอบเมืองด้วยรถรางนำเที่ยว ที่ได้ประสบการณ์เต็มอิ่ม เพราะมีการเปลี่ยนเส้นทางกระัทันหัน แถมยังมีรถสตาร์ทไม่ติดอีกต่างหาก

   จากนั้น ก็ไปศึกษาเรื่องราวน่ารู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร

   ซึ่งในจุดนี้เอง นักเรียนและครูบางคนก็ได้รับประสบการณ์พิเศษนอกเหนืองานทางวิชาการ ก็ได้ความตื่นเต้นและหวาดเสียวไปตามๆกัน (ถือว่าเป็นของแถมนะจ๊ะ 555+)

    ประมาณ 14.30 น. ก็ต้องถึงเวลากลับแล้ว คนที่เหนื่อยที่สุดของงานนี้คือ ครูปุ๊ เพราะต้องพาลูกๆอนุบาล ไปไหนมาไหนด้วย เวลาป้อนข้าว ต้องป้อนทีละ 7 คน สุดยอดเลยจริงๆ




ให้กำลังใจครูบ้านนอกด้วยนะจ๊ะ ... ขอบคุณจ้า




...............................
วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย     สอนพิเศษพิษณุโลก  เรียนพิเศษในพิษณุโลก
ให้คะแนนข้อเขียนนี้...คุณจะให้กี่ดาวดีจ๊ะ