18 กุมภาพันธ์ 2554

มหกรรมการสร้างโอกาสและอาชีพ ภาคเหนือ วันที่ 2

วันนี้ไปปฏิับัติหน้าที่วันที่ 2 วันนี้มีจำนวนผู้เข้าชมบางตา อาจเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด (มาฆะบูชา) แต่ก็มีนักเรียนในจังหวัดแต่ต่างจังหวัดเดินทางมาดู ในส่วนของเวทีส่วนกลาง มีการแสดงวงดนตรี และการแสดงของน้องๆอนุบาลน่ารักๆ ตอนขึ้นไปถ่ายวิดีโอ เห็นแล้วสงสารครู เหมือนจับปูใส่กระด้งอย่างไงอย่างนั้น
น้องๆนักเรียนสนใจการจัดแสดงของหุ่นยนต์เต้นB-Boy

บริการให้คำปรึกษาจาก มสธ.
ขึ้นไปการแสดงของน้องๆนักเรียน
นกยูงรำแพน สวยงามมากครับ วันนี้ไม่มีใครแย่งถ่าย เลยถ่ายซะ

จะว่าไป นกยูงก็เหมือนผู้หญิงที่น่ารัก มีศักดิ์ศรี และสง่างาม (ชอบครับ)

17 กุมภาพันธ์ 2554

มหกรรมสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ ภาคเหนือ

วันนี้ ได้เข้าร่วมปฏิบัิติราชการกับทีมส่งเสริมการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 1 โดยมีท่านรองธิดาพร พานิชพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 1 เป็นประธานฝ่าย และมี ศณ.ต๋อง สุดหล่อ (พี่พรประเสริฐ) เป็นหัวหน้าชุด

การปฏิบัติหน้าที่วันนี้ ได้รับมอบหมายให้บันทึกภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่ง เพื่อทำสื่อสรุปรายงาน ส่วนหน้าที่รองคือ การร่วมทีมถ่ายทอดสดพิธีเปิด

มาถึงปุ๊บ ก็เริ่มงานแรกเลยครับ (ถ่ายป้ายของงาน)

จากนั้น ลงไปเก็บบรรยากาศข้างล่าง ระหว่างการเตรียมตัวของหน่วยงานต่างๆ โชคดี ท่าน ผอ.เขตฯ ให้เกียรติถ่ายภาพด้วย เมื่อถ่ายเสร็จ ท่านบอกว่า "รูปคู่แฝด"


ท่าน ผอ. สพป. พิษณุโลกเขต 1 ใ้หเกียรติถ่ายภาพ


ป้ายงานมหกรรมสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก

ส่วนกลางของงานฯ
สบโอกาส ท่านผู้ว่าฯให้เกียรติถ่ายภาพ
ท่านประธานในพิธีเดินเข้าสู่งาน โดยมีวงมังคละเดินนำ

การแสดงจากน้องๆจ่านกร้อง
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกกล่าวรายงาน
ประธานจัดงานกล่าวรายงาน
ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประธานในพิธี
พิธีเปิดงานบนเวที

ประธานในพิธีตัดริบบิ้นเปิดงาน

น้องๆน่ารักมากเลยครับ
ขอความกรุณาอย่าเข้าใจผิด.... คิดกันเอาเองครับ
ช่างกล้า!! คณะผู้ช่วยรัฐมนตรีพึ่งผ่านไป 2 คนนี้ ก็เล่นกันซะแล้ว

คณะผู้บริหารชั้นเยี่ยมให้เกียรติร่วมถ่ายภาพด้วย
ท่านรองฯบุญรอด ให้เกียรติถ่ายภาพ (คนข้างๆ ขอร่วมทุกงาน)
ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมชมส่วนจัดแสดง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ
ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ทักทายนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคเหนือ
ท่าน รองฯ ธวัช รายงานท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรงศึกษาธิการ

หลบร้อนที่ป้ายงานด้านนอก เหนื่อยทั้งครูทั้งศิษย์
ความรู้ด้านการเกษตร
กิจกรรมเพ้นท์ถนน เจ๋งดีครับ
ศิลปะ เกิดจากข้างใน
หุ่นยนต์เต้นระบำ

จิตสำนึกที่ยังเกิดกับนักเรียนบางกลุ่ม
สบายจังเลยนะครับ คุณครู พรุ่งนี้ผมจองคิวแรก
ใครว่าขยะ ไม่มีประโยชน์ ... เงินทั้งนั้น
"อู่ข้าว อู่น้ำ"
น้องๆลองทำงานประดิษฐ์ (ตั้งใจถ่ายวิทยากร...น่ารัก)

ครั้งนี้ การอ่านก็สำคัญนะ
"เอ้า ถ่ายรูปตัวเองกับนักเรียนนิดนึง"
กิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สัญลักษณ์ของกลุ่มแสดงทางวิทยาศาสตร์ น่ารักไหมครับ
ข้อมูลเคลื่อนที่

ภายในรถ

กลุ่มการศึกษานอกระบบ ที่บอกว่า "อายุ บ่งบอกถึงความเก๋า"
ท้องฟ้าจำลอง รายการที่มีคนอยากดูมากที่สุดในงาน
นักเรียนโรงเรียนวัดยางแขวนอู่ ทดลอง "ไก่กระต๊าก"

อันนี้เต้าหู้ทอด ไม่เกี่ยวกับงาน..แต่อร่อย

สรุปแล้ว วันนี้ได้แต่หน้าที่หลัก ส่วนหน้าที่รอง ปล่อยให้พี่ๆเค้าทำ แค่นี้ น้ำหนักลดไปหลายมิลลิกรัมแล้วจ้า

16 กุมภาพันธ์ 2554

เตรียมตัวลุยงาน แต่วันนี้เหนื่อยมาก

พรุ่งนี้จะมีมหกรรมขยายโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ
จัดที่โรงแรมอมรินท์ลากูน จ.พิษณุโลก
ได้รับคำสั่งให้ไปร่วมปฏิบัติราชการ (ว่าแต่ อยู่ฝ่ายอะไรเนี่ย... อ๋อ ประชาสัมพันธ์ ช่างเข้ากับหน้าตาเสียจริง อิอิ)

เพิ่งได้ทราบว่า เป็นเรื่องของโรงเรียนขยายโอกาส 17 จังหวัดภาคเหนือ ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะเนี่ยที่จะจัดรวมกันได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มากๆๆๆ

เดี๋ยวพรุ่งนี้ คงต้องไปแต่เช้า เพราะมีเรื่องราวหลายหลากรอให้เรียนรู้ และรอให้ทำ

ถ้าไม่เรียนรู้ ครูก็เหมือนปลาตายไม่ว่ายทวนน้ำ

15 กุมภาพันธ์ 2554

ประชุมปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา


ประชุมปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาเพื่อรองรับการประเมินจาก สมศ. รอบ 3
ณ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู พิษณุโลก

การประชุมครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) และ สมาคมครูและผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อำเภอบางระกำ

วันนี้มีคนไปมากจริงๆ จนทำให้เกิดความโกลาหลเล็กน้อยตอนพักรับประทานอาหารกลางวัน หลายคนคาดหวังว่า อ.เอกรินทร์ จะมาเป็นวิทยากร เพราะท่านคุยสนุก เร้าใจดีตลอดการประชุม

งานหนักกำลังเริ่มขึ้น
เอาประจำที่ทำอยู่ ถ้ามาถูกทาง เราจะทำเพื่อเตรียมรับ สมศ. ไม่เหนื่อย แต่ถ้ายังไม่ได้ทำ ก็ยังไม่สายที่จะเริ่มครับ

14 กุมภาพันธ์ 2554

วันแห่งความรัก แล้วเรารักใคร

วันนี้ เป็นวันที่หลายๆคนเรียกว่า วันแห่งความรัก
หลายคนสมมุติวันนี้ขึ้นมา เพื่อแสดงความรักให้กับคนที่รัก

เมื่อเช้า เห็นเด็กนักเรียน 2 คน ออกบ้านแต่เช้าตรู่ (ปกติไม่ค่อยเห็น) ตอนแรก นึกว่าจะออกมาใส่บาตรกัน แต่ปรากฎว่า น้องสองคนนั้น ทำของขวัญที่เพิ่งซื้อมาร่วงบนถนน... สรุปว่า รีบออกมาซื้อของขวัญให้หนุ่ม

คนรักกัน ดีกว่าเกลียดกัน
ตะโกนเรียกร้องหาความรัก ดีกว่าตะโกน กูจะฆ่ามึง

วันนี้ สมควรจะบอกรักพ่อแม่ก่อนใคร เพราะไม่มีท่าน ก็ไม่มีเรา
ที่สำคัญ อย่าเอาร่างกาย แลกความรัก
ต้องระวัง และป้องกัน

มิเช่นนั้น เราจะมีแม่อายุน้อยวันละ 300 กว่าคน
ยังไม่ร่วมที่ทำแท้งอีกหลายราย

บาปมันติดตัวเราไปจนตาย
แม้กระทั้งคนที่รู้เรื่อง ชี้แนะ ให้เงิน
กรรมเหล่านั้น มันจะตามคุณไปจริงๆ ทำการงานไม่ก้าวหน้า
มีอาการปวดเมื่อยแปลกๆ ฯลฯ

มันแก้ไขไม่ได้.... ชีวิต ต้องแลกด้วย ชีวิต

12 กุมภาพันธ์ 2554

งานวัดใหญ่เริ่มแล้ว

วันนี้ เดินทางไปเตรียมอุดมฯ
ซึ่งต้องผ่านวัดพระศรรัตนมหาธาตุฯ หรือที่ชาวพิษณุโลกเรียกว่าวัดใหญ่

คนเยอะมาก รถจึงเยอะตาม
อาชีพใหม่ๆที่เกิดขึ้นคือ รับฝากรถ เริ่มยาวออกมาเรื่อยๆ พูดง่ายๆ เกือบ 2 ไฟแดงแล้ว

ในหนึ่งปี จะเปิดโอกาสให้ประชาชนขึ้นไปสักการะบูชาพระบรมสาลีริกธาตุฯบนพระปราง

จะไปวันไหนดีเนี่ย เฮ้อ อยากไปครับ

11 กุมภาพันธ์ 2554

สำเนียง

สำเนียงไพเราะเสนาะหู
ลอดเร้นเพียงครู่มิรู้หาย
สอดสดับรับรู้มิวางวาย
ปลายสายเสียงหวานสราญรมย์

10 กุมภาพันธ์ 2554

“ชินวรณ์” เผย พ.ร.บ.เงินเดือนฯ ทำให้อัตราเงินเดือนครูเพิ่มร้อยละ 13

“ชินวรณ์” เผย พ.ร.บ.เงินเดือนฯ ทำให้อัตราเงินเดือนครูเพิ่มร้อยละ 13

“ชินวรณ์” เผย ที่ประชุม กมธ.วิสามัญฯ สั่งเพิ่มรายละเอียดในมาตรา 6 ให้ ขรก.ครูที่ยังมีเงินเดือนไม่ถึงขั้นต่ำตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.เงินเดือนฯ ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำชั่วคราว มั่นใจ พ.ร.บ.เงินเดือนฯ จะได้รับพิจารณาทันประชุมผู้แทนราษฎรสมัยนี้แน่นอน ลั่นหากประกาศใช้แล้วส่งผลให้ ขรก.ครูได้รับการปรับเงินเดือนโดยเฉลี่ยร้อยละ 13

วันนี้ (11 ก.พ.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.... สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธ.วิสามัญฯ ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่ง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยได้ปรับเพิ่มในรายละเอียดมาตรา 6 จากเดิมที่ระบุว่าในระหว่างที่ ก.ค.ศ.ยังมิได้ปรับอัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้มอบหมายให้ ก.ค.ศ.จัดทำคู่มือรายละเอียดของการดำเนินการตามบัญชีที่ได้ศึกษาไว้แล้ว ซึ่งจะได้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อไป โดยจากมาตรา 6 ดังกล่าว ที่ประชุม กมธ.วิสามัญฯ ได้ปรับเพิ่มว่า กรณีที่ข้าราชการครู ที่ยังได้รับเงินเดือนยังไม่ถึงขั้นต่ำของอันดับตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.นี้ ให้ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำชั่วคราว ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.นี้ และให้ได้รับเงินเดือนจนกว่าจะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำของอันดับ ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.นี้

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ตนได้ลงนามถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะได้ประสานกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ต่อไป ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ชั้นวุฒิสภา เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ก็จะได้มีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ทั้งนี้ ตนได้ดูปฏิทินการทำงาน มั่นใจว่า ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือนฯ จะได้รับการพิจารณาให้แล้วเสร็จทันการประชุมผู้แทนราษฎรสมัยนี้อย่างแน่นอน โดยหากมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะส่งผลให้เพดานเงินเดือนครูได้รับการปรับเพิ่มร้อยละ 8 และเมื่อรวมกับการปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการทุกประเภทร้อยละ 5 ตามภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะทำให้ข้าราชการครูได้รับการปรับเพิ่มเงินเดือนโดยเฉลี่ยร้อยละ 13

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.เงินเดือนฯ มีมาตราที่มีความสำคัญ 3 มาตรา ได้แก่ มาตรา 3 มาตรา 5 และมาตรา 6 โดยมาตรา 3 ระบุว่า อัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่ง สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษาท้ายพระราชบัญญัตินี้ ส่วนมาตรา 5 ระบุว่า ครม.จะพิจารณาปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง เงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้นตามความจำเป็นก็ได้ โดยหากเป็นการปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งเพิ่มไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งที่ใช้บังคับอยู่ ให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และให้ถือว่าเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เป็นเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัตินี้ เมื่อมีการปรับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง การปรับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอยู่เดิม เข้าสู่อัตราในบัญชีที่ได้รับการปรับใหม่ ให้เป็นไปหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด ซึ่ง ก.ค.ศ.จะต้องดำเนินการตามมาตรา 6

09 กุมภาพันธ์ 2554

มากมารยาท

มากมารยาท นิทานเซ็น
《惭愧的高僧》

ยังมีอุบาสกวัยฉกรรจ์ผู้หนึ่ง ไปกราบนมัสการพระผู้มีสมณศักดิ์สูงยังวัดแห่งหนึ่ง ทั้งสองสนทนาธรรมกันอย่างออกรส ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งถึงเวลาอาหารกลางวัน เณรจึงได้จัดอาหารมาให้ทั้งสอง เป็นบะหมี่ชามใหญ่ 1 ชามและชามเล็ก 1 ชาม

เมื่อพระผู้มีสมณศักดิ์สูงเห็นสำรับกับข้าวที่เณรยกมา จึงได้ยกบะหมี่ชามใหญ่ยื่นให้อุบาสกผู้นั้น ทั้งยังกล่าวว่า "ท่านรับประทานชามใหญ่เถอะ"

หากยึดตามธรรมเนียมปฏิบัติ อุบาสกผู้นั้นควรที่จะปฏิเสธและผลักไสบะหมี่ชามใหญ่กลับคืนไปยังพระสงฆ์ เพื่อแสดงความเคารพเกรงใจ ทว่าอุบาสกผู้นี้กลับรับชามบะหมี่มาโดยไม่อิดเอื้อน จากนั้นลงมือรับประทานทันที เมื่อพระผู้มีสมณศักดิ์สูงเห็นดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจจนหน้านิ่วคิ้วขมวดพลางคิดว่า "แรกทีเดียวคิดว่าคนผู้นี้มีสติปัญญาไม่น้อย ไฉนกลับกลายเป็นโง่เขลาไร้มารยาทเช่นนี้"

เมื่ออุบาสกรับประทานบะหมี่หมดชาม เงยหน้าขึ้นมาพบว่าพระรูปนั้นยังไม่ได้แตะต้องบะหมี่ชามเล็กแม้แต่น้อย ทั้งยังมีสีหน้าเย็นชา จึงยิ้มพลางเอ่ยถามว่า "พระคุณเจ้าไฉนไม่รับประทานบะหมี่?"

พระผู้มีสมณศักดิ์สูงเงียบงันไม่ตอบ อุบาสกจึงยิ้มและกล่าวต่อไปว่า "กระผมรู้สึกหิวยิ่งนัก จึงสนใจแต่ปากท้องของตนเองโดยลืมเลือนพระคุณเจ้าไป แต่หากจะให้กระผมผลักไสบะหมี่ชามใหญ่ที่พระคุณเจ้าหยิบยื่นมาให้กระผมกลับคืนไปยังพระคุณเจ้าอีก นั่นไม่ใช่ความตั้งใจของกระผม และในเมื่อไม่ได้ตั้งใจ จะต้องเสแสร้งแกล้งทำไปเพื่ออันใดเล่า ขอถามพระคุณเจ้าว่าการเกี่ยงกันด้วยความเกรงใจไปมานั้นที่แท้แล้วจุดมุ่งหมายคืออะไร?"

พระผู้มีสมณศักดิ์สูงตอบว่า "เพื่อรับประทาน"

อุบาสกจึงกล่าวอย่างจริงจังว่า "ในเมื่อจุดประสงค์คือเพื่อรับประทาน ท่านรับประทานหรือกระผมรับประทานก็ล้วนไม่ต่างกัน หรือว่าที่พระคุณเจ้าชิงมอบบะหมี่ชามใหญ่ให้กระผมนั้นเป็นเพียงการเสแสร้ง มิใช่น้ำใสใจจริง?"

เมื่ออุบาสกกล่าวจบ พระผู้มีสมณศักดิ์สูงจึงได้รู้แจ้งกระจ่างใจ กระทั่งหลั่งน้ำตาออกมา

ปัญญาเซน : การแสดงความเกรงใจที่มากเกินไปกลับกลายเป็นความเสแสร้ง การเคร่งครัดมารยาท มากพิธีจนเกินงามกลับกลายเป็นสิ่งไร้สาระ ทั้งนี้เพราะความซื่อสัตย์เปิดเผยจริงใจต่างหากจึงเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการเป็นมนุษย์

ที่มา : หนังสือ 《菩提树下听禅的故事》, 惟真 เรียบเรียง, สำนักพิมพ์ 中国华侨出版社, 2004.08, ISBN 7-80120-851-X

08 กุมภาพันธ์ 2554

ค่าของคน

ค่าของคน
《圆满报身》

ยังมีศิษย์เซนผู้หนึ่ง เฝ้าพร่ำถามอาจารย์เซนทุกวันว่า “สิ่งใดคือคุณค่าที่แท้จริงของคนเรา?”

วันหนึ่ง อาจารย์เซนเดินออกมาจากห้องพร้อมกับก้อนหินหนึ่งก้อน จากนั้นเอ่ยกับศิษย์เจ้าปัญหาว่า “เจ้าจงเอาก้อนหินก้อนนี้ไปเร่ขายยังท้องตลาด แต่ไม่จำเป็นต้องขายออกไปจริงๆ เพียงแค่ทำให้มีผู้มาเสนอราคาขอซื้อก็เพียงพอแล้ว ลองดูสิว่าตลาดจะให้ราคาของก้อนหินก้อนนี้เท่าไหร่”

ศิษย์เซนนำก้อนหินไปเร่ขายยังท้องตลาด มีคนเห็นว่าหินก้อนนี้ทั้งใหญ่และเรียบสวย จึงให้ราคา 2 ตำลึง อีกผู้หนึ่งเห็นว่าหินก้อนนี้น่าจะนำไปทำเป็นลูกกลิ้งหรือลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักได้อย่างดี จึงให้ราคาถึง 10 ตำลึง หลังจากนั้น แม้ว่าจะมีผู้แวะเวียนเข้ามาชมดูก้อนหินมากมาย แต่ราคาที่สูงสุดที่ได้จากท้องตลาดคือ 10 ตำลึง

เมื่อศิษย์เซนนำก้อนหินกลับมายังวัด ก็ถ่ายทอดเรื่องราวที่ตนเร่ขายก้อนหินธรรมดาๆ จนได้ราคาถึง 10 ตำลึงให้อาจารย์ฟังด้วยความยินดียิ่ง

เมื่อฟังจบ อาจารย์เซนเพียงแต่กล่าวว่า “เจ้าจงนำหินก้อนนี้ไปเร่ขายอีกครั้ง ยังตลาดค้าทอง”

ศิษย์เซนจึงเดินทางไปยังตลาดค้าทอง จากนั้นนำก้อนหินออกมาเร่ขาย คราวนี้เพียงแค่เริ่มต้นก็มีผู้เสนอราคาก้อนหินถึง 1 พันตำลึง จากนั้นราคาก็ขึ้นมาเป็น 1 หมื่นตำลึง และสุดท้ายจบลงที่ราคา สิบหมื่นตำลึง

เมื่อศิษย์เซนเห็นผลลัพธ์เกินความคาดหมายถึงเพียงนั้น จึงรีบกลับมารายงานอาจารย์เซน ทว่าอาจารย์เซนเพียงกล่าวว่า “พรุ่งนี้เจ้าจงนำก้อนหินก้อนนี้ไปเร่ขายยังตลาดค้าเพชรพลอย ซึ่งเป็นตลาดระดับสูงที่สุดดู”

เมื่อศิษย์เซนนำก้อนหินไปเร่ขายตามคำสั่งของอาจารย์ พบว่าราคาของก้อนหินขึ้นพรวดพราดไปเรื่อยๆ จากสิบหมื่นตำลึง ยี่สิบหมื่นตำลึง สามสิบหมื่นตำลึง จนกระทั่งมีผู้เข้าใจว่าที่ศิษย์เซนยังไม่ยอมตกลงใจขายก้อนหินเป็นเพราะยังไม่ได้ราคาเหมาะสม จึงเสนอให้ตั้งราคาขึ้นมาเองตามใจชอบอย่างไม่อั้นได้เลยว่าจะขายที่ราคาเท่าไหร่ ศิษย์เซนได้แต่อธิบายต่อผู้คนที่สนใจซื้อก้อนหินว่าตนทำตามคำสั่งอาจารย์ มิอาจขายก้อนหินออกไปจริงๆ ได้ จากนั้นจึงเดินทางกลับวัด พร้อมทั้งบอกอาจารย์เซนว่า "ตอนนี้ราคาของก้อนหินพุ่งขึ้นไปถึงหลักสิบหมื่นตำลึงแล้ว”

เมื่ออาจารย์เซนฟังจบ จึงกล่าวว่า “นั่นก็ใช่แล้ว ที่ข้าไม่อาจสั่งสอนเจ้าได้ว่าชีวิตมีคุณค่าเพียงใด ก็เพราะนั่นจะเป็นการตีราคาชีวิตของเจ้าโดยผ่านมุมมองภายนอกไม่ต่างจากการตีราคาก้อนหิน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วคุณค่าของมนุษย์ทุกคนล้วนต้องกระจ่างอยู่ภายในจิตใจของคนผู้นั้นเอง จงมีสายตาแหลมคมดั่งนักค้าเพชรพลอยเสียก่อน จึงจะสามารถเห็นซึ้งถึงคุณค่าที่แท้จริงของคนเรา”

ปัญญาเซน : มนุษย์ทุกคนล้วนมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง จงตระหนักในคุณค่าแห่งตน ยอมรับตนเอง ฝึกฝนตนเอง ให้ช่องว่างกับตัวเองได้เติบโต ทุกคนล้วนสามารถกลายเป็นสิ่งมีค่าอันประเมินมิได้ ทุกขวากหนาม ทุกความเจ็บปวด ทุกความพ่ายแพ้ล้วนแล้วแต่มีความหมายอย่างยิ่งต่อชีวิตของคนเรา

ที่มา : หนังสือ 《禅的故事精华版》, 慕云居 เรียบเรียง, สำนักพิมพ์ 地震出版社, 2006.12, ISBN 7-5028-2995-4

07 กุมภาพันธ์ 2554

วันแห่งความภาคภูมิใจ

วันนี้มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมหาวิทยาลับแห่งหนึ่ง ในจ.พิษณุโลก
หลายท่านเป็นดุษฏีบัณฑิต มหาบัณฑิต และบัณฑิตอย่างเต็มตัว

หลายปีในระบบการศึกษา ได้บ่มเพาะหลายๆอย่าง

ผมเคยได้รับการสั่งสอนจาก อ.สมศรี จินตนสนธิ ว่า การลอกข้อสอบ การทุจริต ไม่ใช่การโกหกครูผู้สอนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการโกหกต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันรับปริญญา

เสียงนั้นยังดังก้องหูผมตลอดเวลา ท่านไม่ได้ว่าใครโดยตรง แต่ท่านกำลังสอนในศีลธรรม เรื่องความซื่อสัตย์ และการให้เกียรติตัวเอง (ท่านพูดในช่วงที่มหาวิทยาลัยของผม กำลังมีกำหนดการรับพระราชทานปริญญาบัตร ถ้าจำไม่ผิด น่าจะประมาณปี 2550)

ที่สำคัญ

ในวันรับปริญญา

คนที่หน้าบาน หน้าใหญ่มากที่สุด คือพ่อแม่ของบัณฑิต มหาบัณฑิตทั้งหลาย.... ไม่เชื่อ ลองไปขยายรูปดูสิครับ

(เสียดายที่บางคนอายเพื่อน ที่มีพ่อแม่จน มีพ่อแม่เป็นชาวนา ไม่ถ่ายรูปกับพ่อแม่ ไม่อยากให้พ่อแม่มางานรับปริญญา คนแบบนี้ไม่สมควรที่จะเรียกตัวเองว่า...ปัญญาชน)

06 กุมภาพันธ์ 2554

@อาลัย ทองใบ ทองเปาด์@ โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

@อาลัย ทองใบ ทองเปาด์@ โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

@ รายทางประชาธิปไตย
มีดอกไม้มีหลุมศพ
จารึกอันเลือนลบ
กับคืนวันกาลเวลา

@ โหดระห่ำกระหน่ำกรู
ก็หาญสู้พายุกล้า
คราบเลือดและน้ำตา
ยังทาบทาที่ขอบธง

@ ทองใบ ทองเปาด์ ยัง
ยืนอยู่อย่างผู้ทระนง
ผู้สู้ผู้สืบทรง
บริสุทธิ์และยุติธรรม

@ ปากเสียงของคนยาก
และปากกาอันคงคำ
ให้จดและให้จำ
เป็นตำนานแห่งยุคสมัย

@ เป็นหนึ่งในรายทาง
ประชาธิปไตยไทย
จารึกผนึกใจ
นาม "ทองใบ ทองเปาด์" นิรันดร์ฯ


เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
พฤ.๒๗/๑/๕๔

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

ขอบพระคุณ อ.เนารัตน์ครับ ที่เขียนกลอนเตือนสติคนไทยหลายต่อหลายครั้ง

05 กุมภาพันธ์ 2554

วันนี้ผมมีความสุขมาก

วันนี้ผมมีความสุขมาก
เป็นความสุขที่แปลก
เป็นความสุขที่เกิดจากเพื่อนคนหนึ่ง

ผมจะขยันเรียนรู้เรื่องต่างๆให้มากขึ้นครับ

04 กุมภาพันธ์ 2554

วันแห่งความเหนื่อย

ทำไมวันนี้รู้สึกเหนื่อยจัง
ยิ่งตอนเช้า รู้สึกเพลียมาก

ร่างกายก็แย่ มีแต่ใจที่ต้องสู้ๆ

สู้ๆ นักสู้พันธุ์ข้าวสวย + ข้าวเหนียว + ข้าวหลาม + ข้าวก้นบาตร

ป๊าดดดโธ่...

03 กุมภาพันธ์ 2554

กิจกรรมการวางแผนแก้ปัญหา

วันนี้กิจกรรมลูกเสือ ได้ไห้เด็กเล่นเกมส์ที่คิดขึ้นมา
คล้ายๆกับเล่นหัวใบ้ ท้ายบอด แต่ให้หันหลัง รอบแรกไม่ให้หลับตา รอบที่สองให้หลับตา โยเดินถอยให้ ให้เพียงคนหลังสุดค่อยหาวิธีส่งสัญญานให้ไปทางซ้าย หรือขวา แต่ห้ามพูด

มีการล้มกลิ้ง มีแผลบ้าง แต่ก็ต้องให้เด็กเรียนรูการวางแผน
การหาข่าว
การวิเคราะห์ข่าว แล้วนำมาหาทางเป็นไปได้

บางกลุ่มก็ใช้กลยุทธ์ หาวิธี(โกง) ให้ตนเองรอดพ้นจากการลงโทษสุดมันส์

เราสามารถหาเกมง่ายๆ ให้นักเรียนเล่น โดยส่งเสริมการคิด ยิ่งคุณครูที่เคยเรียน นศท. มา ถ้าสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์สอนเด็กได้ เด็กจะได้ทั้งวิธีคิด ประสบการณ์ และความรักชาติครับ

02 กุมภาพันธ์ 2554

เสร็จสักที โปรเจคเตอร์ใหม่

ในที่สุด ก็ได้โปรเจคเตอร์ใหม่สักที หลังจากรอคอยมานาน

วันนี้ช่างติดตั้งให้เสร็จแล้ว

ลองทดสอบ ได้ระยะพอดี

พรุ่งนี้ ลองให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ชุดใหม่ ชุดเครื่องเสียง mini และกระดาน IP Board เนาะ

01 กุมภาพันธ์ 2554

ฝันดีตอนรุ่งสาง มงคลแห่งชีวิตจริงๆ

วันนี้ฝันดี
รู้สึกตัวตื่นแล้วมาครั้งหนึ่ง แต่อากาสที่หนาวเย็น เหมือนขับกล่อมให้ซุกตัวใต้ผ้าห่มอีก

ผมก็ฝันว่า ได้เข้าไปที่หอประชุมแห่งหนึ่ง มีนักศึกษาเต็มไปหมด
มีคนมาทักผมว่า มาทำไม ผมบอกว่า ผมเรียนจบ ปวค. ห้อง 5/3 (เลยเข้าใจว่า น่าจะเป็นการซ้อมรับปริญญา หรืออาจจะรับจริง)

แล้วองค์ประธานก็เสด็จมา
บนเวทีนั้น คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในหลวงทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตร....

ในฝัน ผมไม่เห็นตัวเองรับปริญญาบัตร แต่ผมได้รับมอบหนังสือเล่มหนึ่งมีความหนาพอสมควร และที่หน้าปก มีเมล็ดข้าวหลายเม็ด ถูกปิดด้วยพลาสเตอร์ใส (เต็มหน้าปก) ท่านทรงตรัสว่า "มีคนทูลเกล้าฯถวายเรา เรามอบให้เจ้า" ในฝัน ผมดีใจมาก พอลงเวทีมา เพื่อนๆก็ขอแบ่ง ผมหยิบให้เขาคนละนิด คนละหน่อย แต่ไม่หมดสักที

แล้วแต่ละคนค่อยๆออกจากหอประชุม ซึ่งในหลวงท่านยังทรงประทับอยู่ และทรงดนตรีเพียงลำพัง ผมจำได้ เสียงเปียนโนที่พระองค์ทรงดนตรี ฟังแล้วรู้สึกร่าเริง

แล้วผมก็เดินขึ้นไป ตอนนั้นเปลี่ยนชุดเป็นชุดปกติขาวตอนไหนก็ไม่รู้ ผมค่อยๆคลานเข้าไปหาพระองค์ท่าน ท่านทรงหยุดเล่น แล้วตรัสว่า มีอะไร

ผมเงยหน้า กราบทูลว่า ผมอยากกราบแทบพระบาทของพระองค์ท่าน อยากสักครั้งในชีวิต ผมไม่อยากรอให้มีตำแหน่งใหญ่โตแล้วจึงมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ

ในหลวงท่านทรงลูบหัวผม แล้วตรัสว่า
"อะไรที่ทำก็ดีแล้ว ให้เสียสละเพื่อคนอื่น เพื่อเด็กต่อไป เดี๋ยวผลดีก็จะกลับมาหาเราเอง"

ตอนนั้นในฝัน ผมเกิดปิติ น้ำตาไหล ดีใจมากๆ
แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา รู้สึกน้ำตาไหลจริง

ผมถือว่า ความฝันครั้งนี้ เป็นมหามงคลสำหรับตัวผม

แล้ววันหนึ่ง ผมต้องกราบแทบพระบาทของในหลวงให้ได้ ผมจะเป็นข้าราชการที่ดี และทำเพื่อคนอื่ นทำเพื่อเด็ก ดั่งคำสอนของท่านครับ

30 มกราคม 2554

อาลัยพระอริยเจ้า หลวงตามหาบัว

วันนี้ถือเป็นวันทีได้รับข่าวร้าย
เพราะข่าวการละสังขารของพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงตามหาบัว สร้างความเศร้ายิ่งนัก
หลายท่านอาจทราบว่า กลวิธีการสอนของท่านนั้น ลึกซึ้ง

โดยเฉพาะพี่น้องญาติธรรมสายธรรมยุต หรือวัดป่า ย่อมทราบดี

ครูบาอาจารย์ที่ท่านเป็นที่สักการะเคารพบูชาได้ เพราะท่านได้ลงมือให้เห็น ปฏิบัติให้ดู ท่านที่เคยสัมผัสวัดป่า ย่อมทราบถึงการล้างห้องน้ำด้วยฟองน้ำ ไม่มีถุงมือ ไม่มีที่ปิดปาก การล้างเท้าครูบาอาจารย์ การสรงน้ำ ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ลูกศิษย์ล้วนแย่งกันทำ เพราะเรารู้เสมอว่า "ของแบบนี้ ใครทำใครได้"

ผมมีบทเพลงหนึ่ง ที่เก็บไว้นานแล้ว ยิ่งฟัง ยิ่งมองเห็นท่านในการสงเคราะห์ชาติ



ร่วมแสดงความอาลัย โดยเขียนข้อความในที่นี้ หรือที่ อาลัยพระอริยเจ้า หลวงตามหาบัว

29 มกราคม 2554

เคล็ดลับแก้นิสัยขี้ลืม

ใครที่มีนิสัยขี้ลืมอยู่เป็นประจำ แก้ยังไงก็ไม่หาย วันนี้เมีเคล็ดลับแก้นิสัยขี้ลืมมาบอก

- ตั้งสมาธิ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลงลืมบ่อยเพราะไม่มีสมาธิ ควรจัดเวลาช่วงหนึ่งงดรับโทรศัพท์และ หาเวลานั่งเงียบๆ หลับตา หายใจเข้าช้าๆ เพื่อให้เกิดความสงบ

- ควรโน้ตสั้นๆ ว่าจะทำอะไรต่อไป ส่วนที่ชอบลืมแล้วลืมอีกควรจดโน๊ตต่างๆ เพื่อช่วยเตือนความจำอีกที

- ใส่ใจ การที่ลืมอะไรบ่อยๆ อาจเป็นเพราะไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนั้น ถ้าใครพู[คำไม่พึงประสงค์]อะไรด้วยแล้วลืม หรือจำชื่อคนไม่ค่อยได้ ลองหันมาสนใจตั้งใจฟังสักนิด

- พูดออกเสียง การจดจำเรื่องต่างๆ จากการฟัง และการพูดออกมาทำให้ได้ยินเสียงของตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้จำง่ายขึ้น

- พูดคุยหรือเล่าให้คนอื่นฟัง ก็เป็นการช่วยจำทางหนึ่ง และการเล่าให้คนอื่นฟังรู้เรื่อง ตัวเราเองต้องเข้าใจเรื่องนั้น
อย่างดีและจำได้ดี ถ้าอยากจำเรื่องที่ประชุม สัมมนา หรืออบรมได้ดีขึ้นลองพูดคุยหรือเล่าให้เพื่อนฟัง ถ้าอยากมีความจำที่ดีขึ้น ก็ลองนำเคล็ดลับนี้ไปใช้กันดูได้.

ที่มา เดลินิวส์

28 มกราคม 2554

กิจกรรมใช้เกมส่งเสริมการคิด

หลังจากที่เรียนมาเบื่อๆ เซ็งๆ เหนื่อยๆ
พอดีมีเกมในแบบเรียนคณิตพอดี เลขให้นักเรียนลองเล่นดู

แรกๆก็ไม่เข้าใจกัน งงกัน
พอรู้แนวทาง ก็สามารถทำได้
แล้วก็ไปเลน sudoku ต่อ เป็นแบบ 6 * 6
วันหลังจะทำเป็นชุดกิจกรรมให้นักเรียนเล่นกัน เพราะนอกจากจะส่งเสริมการคิดแล้ว ยังกระตุ้นสมองเรื่องมิติอีกด้วย

27 มกราคม 2554

กิจกรรมส่งเสริมการคิด การแก้ปัญหาฉับพลัน

วันนี้ได้นึกกิจกรรมสนุกๆบางอย่างมาให้เด็กๆเล่น
หลังจากตรวจระเบียบแถวแล้ว ก็เริ่มให้เด็กนับ และแบ่งกลุ่มคี่ กลุ่มคู่

จากนั้น ก็เป็นแบบภาพละครับ

26 มกราคม 2554

และแล้ว ก็ได้ลอง projector

หลังจากที่รอคอยมานาน

วันนี้ได้นำ projector ตัวใหม่ มาทดลองใช้ ภาพชัดดี การปรับแสงง่าย และการปิดเครื่องสามารถทำได้เร็ว

ส่วนประกอบ เครื่องเสียง และคอมพิวเตอร์ กำลังจะเสร็จแล้วครับ

ขอกราบขอบพระคุณท่าน ผอ. ที่ส่งเสริมให้มีอุปกรณ์สนับสนุนการศึกษา
ขอกราบขอบพระคุณพี่กร และพี่กุหลาบแดง ที่บริจาคเงิน 15,000 ครับ

กิจกรรมการสังเกตดิน และการสอบ lab กริ๊งงงง

วันนี้นักเรียนชั้น ม.2 เรียนเรื่องดิน ให้นักเรียนนำดินออกมาจากบ้าน เพราะแต่ละพื้นที่มีดินที่มีลักษณะและดินไม่เหมือนกัน บางคนไม่เอามา เลยจัดการเสริมวินัย และให้ไปหาจากบริเวณโรงเรียน ขนาดในโรงเรียน ยังแตกต่างกันมาก

ชั่วโมงสุดท้าย มีการทดสอบชั้น ม.3 เรียกกันว่า สอบ lab กริ๊งงงงง จริงๆแล้วต้องใช้ออด หรือกระดิ่งในการบอกสัญญาน แต่สำหรับโรงเรียนบ้านนอก ก็ใช่แค่เสียงบอกก็ได้

เป็นการฝึกนักเรียนให้ทดสอบพร้อมกับความกดดันหลายๆอย่าง ถ้าไปเจอการทดสอบที่ง่ายกว่านี้ นักเรียนก็จะปรับตัวได้ดี

เอามาประจาน เอ๊ยยย เอามาโชว์ครับ

25 มกราคม 2554

ซื้อเครื่องฉายโปรเจคเตอร์แล้ว

หลังจากที่พบปัญหาหลายครั้ง
และแล้ว

การรอคอยที่แสนนานก็สิ้นสุด

วันนี้ได้ซื้อโปรเจคเตอร์ พร้อมชุดเครื่องเสียงแล้ว

ดีใจๆๆๆ ได้ใช้สื่อที่ทำซะที

24 มกราคม 2554

กฎของมาสโลว์

ทฤษฎีการจูงใจ หรือ ทฤษฎีของมาสโลว์
ทฤษฎีเกี่ยวกับการจูงใจ (Theories of motivation) มีมากมาย แต่ในที่นี้จะนำมากล่าวเพียงบางทฤษฎีที่ผู้บริหารการตลาดควรทราบ เพื่อจะได้เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคดีขึ้น และเพื่อจะได้นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการดำเนินงานการตลาด


1. ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์
ทฤษฎีการจูงใจที่เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากทฤษฎีหนึ่ง คือ “ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์” (Maslow’s hierarchy of needs) ทฤษฎีของมาสโลว์ ยึดถือข้อสมมติฐาน 4 ประการดังนี้ (Maslow, quoted in Hawkins, Best and Coney. 1998:367)

  • 1.1 มนุษย์ทุกคนมีรูปแบบการรับแรงจูงใจคล้ายคลึงกัน โดยผ่านมาจากแหล่งกำเนิดภายในร่างกาย และจากการปฏิกิริยาสัมพันธ์ทางสังคม (social interaction)
  • 1.2 แรงจูงใจบางอย่างมีความจำเป็นขั้นพื้นฐานและสำคัญมากกว่าแรงจูงใจอย่างอื่น
  • 1.3 แรงจูงใจที่มีความจำเป็นขั้นพื้นฐานมากกว่า จำเป็นจะต้องได้รับการตอบสนองให้ได้รับความพอใจก่อนจนถึงระดับเป็นแรงจูงใจน้อยที่สุด ก่อนที่แรงจูงใจทางด้านอื่นจะได้รับแรงกระตุ้น
  • 1.4 เมื่อแรงจูงใจขั้นพื้นฐานได้รับการตอบสนองจนได้รับความพอใจแล้ว แรงจูงใจขั้นที่สูงกว่าก็จะเกิดขึ้นเข้ามาแทนที่
    มาสโลว์ได้จัดลำดับขั้นความต้องการขอมนุษย์ออกเป็น 5 ประเภท 5 ระดับ ดังนี้คือ (Maslow, quoted in Hoyer and MacInnis. 1997:39)

ระดับที่ 1 ความต้องการทางด้านร่างกาย (Physiological needs) ได้แก่ ความต้องการขั้นพื้นฐานเบื้องต้น อันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการดำรงชีพของมนุษย์ ได้แก่ อาหาร น้ำ อากาศ การพักผ่อนหลับนอน และความต้องการทางเพศ เป็นต้น ความต้องการเหล่านี้จะต้องได้รับการตอบสนองจนเป็นที่พอใจก่อนความต้องการในระดับสูงขึ้นจึงจะเกิดขึ้น

ระดับที่ 2 ความต้องการความปลอดภัย (Safety needs) เป็นความต้องการที่เกิดขึ้นภายหลังจากความต้องการในระดับที่ 1 ได้รับการตอบสนองจนเป็นที่พอใจแล้วและมีความรู้สึกอิสระไม่ต้องเป็นห่วงกังวลกับความต้องการทางด้านร่างกายอีกต่อไป ความต้องการความปลอดภัยจึงเกิดขึ้น ความต้องการนี้จะเห็นได้ชัดในเด็กเล็ก ซึ่งต้องการความอบอุ่นปลอดภัยจากพ่อแม่ ซึ่งสอดคล้องตามลักษณะ “ความต้องการหลีกเลี่ยงอันตราย” (harmavoidance need) ของเมอร์เรย์ ซึ่งจะได้กล่าวในตอนหลัง นักการตลาดใช้ความกลัวเป็นสิ่งดึงดูดใจ (fear appeal) ในการโฆษณาโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความกลัวในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ หรืออันตรายที่จะเกิดขึ้น หากไม่ซื้อผลิตภัณฑ์บางอย่างไปใช้ก็สอดคล้องกับแนวความคิดต้องการความปลอดภัย และต้องการหลีกเลี่ยงอันตรายดังกล่าว เช่นการขู่ให้ผู้บริโภคกลัวว่า เงินเฟ้อจะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นอย่างมาก ก็จะเป็นแรงผลักดันให้ผู้บริโภครีบซื้อสินค้าทันที เป็นต้น (Onkvisit and Shaw. 1994:42)

ระดับที่ 3 ความต้องการทางสังคม (Social needs) บางครั้งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ความต้องการความรักและการเป็นเจ้าของ” (love and belongingness) เป็นความต้องการที่จะมีความรักความผูกพันกับผู้อื่น เช่น ความรักจากเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือคนรัก เป็นต้น ซึ่งความรักดังกล่าวนี้มีความหมายรวมถึงทั้งการให้และการรับความรักด้วย ซึ่งความต้องการดังกล่าวนี้ เมอร์เรย์ เรียกว่า “ความต้องการความรักความผูกพัน” (affiliation need) (Onkvisit and Shaw. 1994:42)

ระดับที่ 4 ความต้องการมีเกียรติยศมีศักดิ์ศรีในสังคม (esteem needs หรือ egoistic needs) เป็นความต้องการที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของตนเองว่าตนเองมีประโยชน์มีคุณค่า และต้องการให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของตน ยอมรับนับถือยกย่องตนว่าเป็นผู้มีชื่อเสียง มีเกียรติยศ และมีศักดิ์ศรีด้วย ซึ่งความต้องการดังกล่าวนี้ มีลักษณะเหมือนกับ “ความต้องการประสบความสำเร็จ” (achievement need) ของเมอร์เรย์ นั่นเอง
ระดับที่ 5 ความต้องการสมหวังในชีวิต (self-actualization หรือ self-fulfillment needs) เป็นความต้องการขั้นสูงสุดที่บุคคลปรารถนาที่จะได้รับผลสำเร็จในสิ่งที่ตนคิด และตั้งความหวังไว้ ซึ่งแต่ละคนต่างตั้งความมุ่งหวังของตนเองไว้แตกต่างกัน จึงยากที่จะให้คำนิยามได้ แต่หากจะกล่าวง่ายๆ ก็อาจจะกล่าวได้ว่า ความต้องการนี้เป็นความต้องการที่ตนอยากจะให้ตนเองเป็นในชีวิต เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งความหวังไว้
ความต้องการทั้ง 5 ระดับ อาจจำแนกออกได้เป็น 2 ขั้น เพื่อให้มองเห็นความแตกต่างของความต้องการที่ง่ายขึ้น คือ (Robbins. 1996:214)
1. ความต้องการขั้นต่ำ (Lower – order needs) เป็นความต้องการที่จะต้องได้รับการตอบสนองก่อนเพื่อให้เกิดความพอใจภายนอก ได้แก่ ความต้องการทางด้านร่างกาย และความต้องการความปลอดภัย
2. ความต้องการขั้นสูง (Higher – order needs) เป็นความต้องการที่จะได้รับการตอบสนองทีหลังเพื่อก่อให้เกิดความพอใจภายใน ได้แก่ ความต้องการด้านสังคม ความต้องการมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรีในสังคม และความต้องการความสมหวังในชีวิต



อ้างอิง
http://mkpayap.payap.ac.th/course/mk210/f3.3.htm

ขอบคุณครับ
http://www.seal2thai.org/ http://www.champ108.com/

ให้คะแนนข้อเขียนนี้...คุณจะให้กี่ดาวดีจ๊ะ