31 มกราคม 2553

ไปวัดหนองบัว โพธิ์ประทับช้าง

วันนี้ไปวัดหนองบัว โพธิ์ประทับช้างมาครับ
สภาพเปลี่ยนไปมาก ไม่ได้ไปมาเกือบปี แต่พี่สาวของพระอาจารย์ และพระอาจารย์ยังจำได้อยู่

ดีใจครับ
เรื่องดวงเหมือนเดิม

30 มกราคม 2553

เหยือกชีวิต

หากเหยือกคือชีวิตของคุณ มันเต็มไปหรือยัง

ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน
เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท
เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวันจึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึกหัดง่ายๆ
แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด


เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ

เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบ
เหยือกแก้ว ขนาดให ญ่ขึ้นมา แล้วใส่
ลูกเทนนิส ลงไปจนเต็ม

'พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง?' เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท

แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน
'เต็มแล้ว...'

เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ

หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา แล้วเท กรวดเม็ดเล็กๆ จำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบาๆ กรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิสอัดจนแน่นเหยือก เขาหันไปถามนักศึกษาอีก
“เหยือกเต็มหรือยัง?'
นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ 'เต็มแล้ว...'




เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไป ปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา
และเททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก
เม็ดทราย ไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย
เขาเทจนทรายหมดถุง
เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก

เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง “เหยือกเต็มหรือยัง?'

เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน
ปรึกษากันอยู่นาน

หลายคนเดินก้าวเข้ามาก้มๆ เงยๆ
มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง
มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน จวบจนเวลาผ่านไปเกือบ ห้านาที
หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น

“คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์'
“แน่ใจนะ'
“แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ'

คราวนี้เขาหยิบ น้ำอัดลม สองกระป๋องออกมาจากใต้ต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่ีรอ
ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด
ทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่
เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ๆ ไง' เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น

“ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้ เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา

ลูกเทนนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต
การเรียน สุขภาพ ลูก พ่อแม่และเพื่อน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริงจัง
สูญเสียไปไม่ได้

เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมา เช่น งาน บ้าน รถยนต์

ทรายก็คือเรื่องอื่นๆ ที่เหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราจำเป็นต้องทำ
แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน
คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา

ชีวิตเต็มแล้ว... เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด
ไม่มีที่เหลือใส่ให้ลูกเทนนิสแน่นอน '

ชีวิตของคนเราทุกคน ถ้าเราใช้เวาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า




เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต
เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีคว ? มสุข

ใช้ชีวิตเล่นกับลูกๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย
พาคู่ชีวิตกับล ูกไปพักผ่อนในวันหยุด พากันออกกำลังกาย
เล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต
พาพ่อแม่ไปเที่ยวพักผ่อนหรือทานข้าว โทรศัพท์หาเพื่อนบ้างให้รู้ว่าเรายังคิดถึงและเป็นห่วง
เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริงๆ ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด
หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา

นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม
“ แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ
หมายถึงอะไร ?'


เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า “ การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่า ไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด
ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้นคุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ... '

แล้วเหยือกของคุณล่ะเต็มหรือยัง http://seal2thai.blogspot.com
Dreams it
Believe it
Do it

ขอบคุณ ฟอร์เวริดเมล์ฉบับนี้นะครับ

29 มกราคม 2553

ปลุกเสกคน อ.หนู กันภัย

วันนี้รายการ "บันทึกลึกลับ" ช่อง 5 ได้นำเสนอเรื่อง พิธีปลุกเสกคน ของ อ.หนู กันภัย

พิธีนี้จัดขึ้นวันที่ 4 - 6 ธ.ค. 2552 (ซึ่งได้นำเสนอไปแล้วนั้น)

พิธีนี้ยังไม่ใช่พิธีไหว้ครู แต่เป็นพิธีครอบครู เทพ - ศิลป์ ส่วนวันไหว้ครู อ.หนู จริงๆ คือ 30 เม.ย. - 1 พ.ค. 2553 ครับ

เข้าชมภาพพิธีปลุกเสกคนแบบเต็มได้ที่ อ.หนู กันภัย

28 มกราคม 2553

อาการของความเครียด ที่ทำให้เกือบเสียชีวิต

วันนี้ก็ไปโรงเรียนตามปกติ
พอไปถึงที่โรงเรียน เห็นเด็กนักเรียนยืนออกันหน้าบ้านพักครูวินัย

ตอนแรกกะจะไล่เด็ก เพราะกลัวว่าเด็กจะมารบกวนลุงวินัย
กำลังจะอ้าปากเท่านั้นแหละ
เด็กบอกว่า "ครูคะๆ ครูวินัยป่วยค่ะ"

ผมรีบเบรครถมอเตอร์ไซต์จนล้อแทบปัด ส่วนพี่ดารีบกระโดลงจากรถในทันที

ผมหันหัวรถกลับ แล้วรีบถอดเสื้อคลุม หมวกกันน๊อค และหมวกกันฝุ่น รีบพุ่งขึ้นไปที่ชั้นสอง ในใจก็กลัวว่า ลุงวินัยจะเป็นอะไรไป

เมื่อเห็นลุงวินัยยังลืมตาก็ใจชื้น ลุงพยายามขยับตัวขึ้นโดยมีป้าเล็กและลุงสวัสดิ์ช่วยประคองอยู่ และเมื่อผมขึ้นไป ทุกคนก็พยายามจะช่วยอุ้มลงไป ผมคิดว่าอาจเกิดอันตรายกับทุกคน จึงให้ใช้วิธีประคองตัว ให้กอดคอลงไปก่อน ลุงวินัยขยับตัวไม่ได้ แต่ยังมีความรู้จึงจึงร้องเจ็บปวดตลอดเวลา เมื่อลงไปชั้นล่างได้ จึงใช้วิธีช่วยกันอุ้มขึ้นรถลุงสวัสดิ์

ผมนั่งหอบพักใหญ่ สงสัยไม่ได้ออกกำลังกายแบบหนักๆมานาน

มานั่งคุยกันว่า ลุงวินัยเป็นอะไร ถึงมีอาการคล้ายคนเป็นอัมพฤกแบบนี้
บ้างก็ว่า ลุงแอบกินกาแฟ
บ้านก็ว่า ลุงเครียดที่กู้เงินพัฒนาชีวิตไม่ได้ เลยเครียด

จริงๆแล้ว ลุงเป็นโรคไต ต้องไปฟอกเลือดทุกวัน อังคาร พฤหัส เสาร์
ค่าฟอกไต เบิกได้ ค่ารักษาเบิกได้
แต่ค่าเดินทางไป เบิกไม่ได้

ลุงจึงต้องหาเงินกู้มาเพื่อรักษาตัวเอง

เรื่องนี้ ทำให้ครูบ้านนอกอย่างผมได้ข้อคิดว่า ตอนเรายังหนุ่ม เราต้องเก็บเงิน ต้องหาเงินเพิ่ม ต้องวางแผนอนาคต เพราะถึงเวลานั้นจริงๆ ก็ไม่มีใครช่วยเราได้ อีกอย่าง ครูรุ่นผมไม่มีบำนาญ ไม่รู้ว่าเค้าคิดอะไรกัน เอาบำนาญข้าราชการไป คงลืมไปแล้วมั้งว่า ข้าราชการเงินเดือนน้อย สิ้นปีก็ต้องจ่ายภาษี ไปอบรมบางทีก็ไม่ได้เบี้ยเลี้ยง ไม่ได้ค่าเดินทาง ถึงได้ก็ไม่คุ้ม เพราะเค้าอ้างว่า "เป็นหน้าที่อยู่แล้ว"

ระวังนะครับ
กู้เงินไม่ได้แล้วเครียด
เดี๋ยวจะพาลนอนโรงพยาบาล

27 มกราคม 2553

ออกกำลังต้านมะเร็ง

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

1. ทุกๆ คนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษา แล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่ มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง

3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร้งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

4. เมื่อ ใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต

5. เพื่อ เอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกัน แข็งแรงขึ้น

6. การทำ คีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวด เร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ

7. การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ

8. การ บำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

9. เมื่อ ร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมี ความซับซ้อนยิ่งขึ้น

10. การทำ คีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง

a. น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น ' นิวตร้าสวีต' ' อีควล ' ' สปูนฟูล ' ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ 'แบรก อมิโน ' หรือเกลือทะเลแทน

b. นม เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร

c. เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแงดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้าง สภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง

d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80%และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C)

e. ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูงชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งน้ำ ดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง

12.. โปรตีน จากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความ เป็นพิษมากขึ้น

13. ผนัง ของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น

14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid],สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

15.. มะเร็ง เป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำ สงครามกับมะเร็ง.... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต

16. เซล มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง

www.seal2thai.org

26 มกราคม 2553

เอาหญ้าลงสนาม

วันนี้โรงเรียนของผมเอาหญ้าลงสนาม (ไม่กล้าเรียกว่าปลูกหญ้า)

เด็กบางคนก็เต็มใจทำ ตั้งใจทำเพื่อโรงเรียน เรียกได้ว่าจิตสาธารณะ

แต่บางคนอู้ ทำตามสั่ง บ้างก็ไม่ค่อยเต็มใจ บ้างก็หนีๆๆๆๆๆๆๆ

เซ็งเลย สั่งคมมีแบบนี้ทุกระดับ แล้วประเทศชาติจะเดินไปได้อย่างไรกัน

25 มกราคม 2553

เก็บตกงานวัดใหญ่

วันนี้มีภาพเก็บตกงานวัดใหญ่มาฝากอีก 1 ครับ


ขอทานที่สะพานระหว่างวัดนางพญา กับวัดราชบูรณะ

ผมแอบถ่ายไปด้วยและเดินไปด้วย

เกือบถูกสังเกตเห็น

ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 24 ม.ค. 2553 เวลาประมาณ 11.00น. แต่วันนี้ (25 ม.ค. 53 )ผมเดินผ่าน ปรากฎว่าไม่พบกับคนกลุ่มนี้แล้ว แต่กลับมีคนกล่มใหม่มานั่ง มานอนแทน เฮ้อ

จะมีใครตรวจบัตรประชาชนพวกนี้ไหมเนี่ย

24 มกราคม 2553

เที่ยวงานสมโภชพระพุทธชินราช (งานวัดใหญ่)

วันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจ
อยากไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดใหญ่ หรือชื่อเต็มว่า วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร (พระอารามหลวงชั้นเอก)

ขนาดไปถึงประมาณ 10 โมง โอย คนเยอะจริงๆ
เดินเบียดเสียดเยียดยัด
ประชากรกลุ่มใหญ่คือผู้สูงอายุ
รองลงมาคือวัยทำงาน วัยรุ่นจะมีน้อยในช่วงกลางวัน (มันร้อน)





................................
ของฝากจาก พิริยะ
................................
ดินแดนปัญญาชน :: Free Toolbar :: กรมหลวงชุมพร :: เสด็จเตี่ย
มะขาม :: ผลงานชำนาญการพิเศษ :: ยันต์ 5 แถว
มะขามจี๊ดจ๊าด :: ผลงานครู ค.ศ.3 :: อ.หนู กันภัย
ขนมจีน :: เกม :: รับทำเว็บผลงานครู
ขนมจีนเส้นสด :: เคล็ดลับ notebook :: สอบบรรจุครู
thailand travel memo :: 80 นวัตกรรมฯ โดย ผศ.ดร.ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์ : : เรียนพิเศษในพิษณุโลก

23 มกราคม 2553

เอาพระธาตุไปใส่ที่ครอบ และตะกรุดใส่หลอด

วันนี้เอาพระธาตุที่ได้รับจากพี่หมง (อ.มงคล ม่วงน้อย) ที่อยู่ในเจดีย์จำลองที่ทำจากไม้จันฑ์หอม
พยายามเดินหาดูหลายร้าน กว่าจะได้รูปแบบที่พอดี ครอบอีกชั้นหนึ่ง

สวยงามมากครับ โชคดีจริงๆที่ได้พระธาตุมาบูชา

และก็เอาตะกรุดนเรศวรปราบหงสา หลวงปู่แขก ปภาโส วัดสุนทรประดิษฐ์ ไปใส่หลอด ใหญ่มากๆ ยาวด้วย

เลยลองเอามาคาดเอว ถ้าดูไม่น่าเกลียด ก็คงจะห้อยครับ
เพราะห้อยวัตถุมงคลของท่านแล้ว ผมรู้สึกมีเรื่องดีๆเพิ่มขึ้นครับ

ตอนนี้ ผมมีที่พึ่งทางใจหลายแหล่งด้วยกัน
เช่น พระไพรีพินาศ
สมเด็จพระนเรศวร
สมเด็จพระเจ้าตากสิน
เสด็จพ่อ ร.5
เสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพร
องค์พระพรหม
พระพิฆเณศ
พญาครุฑ
พระอาจารย์กัณหา สุขกาโม
พระอาจารย์ทุกท่านที่วัดแพร่ธรรมาราม
พระอาจารย์สยาม สิริปัญโญ วัดดอยจำค่า
อ.หนู กันภัย

มีอีกมากมายครับ

แม้ว่าจะศรัทธาในหลายสิ่ง แต่ก็เป็นสิ่งดีไม่ใช่หรือครับ ที่สิ่งเหล่านี้คอยย้ำเตือนให้ผม เป็นคนดี ไม่ทำลายชาติ

เอ้า.... เกี่ยวการเมืองอีกละ

22 มกราคม 2553

ได้รับพระกริ่งพิชิตมารทั่วทิศแล้ว

วันนี้ดีใจครับ
ได้รับพระกริ่งพิชิตมารทั่วทิศ เลขสวย รวมกันได้ 18 รวมอีกทีได้ 9
อีกทั้งตะกรุดนเรศวรปราบหงสา ตะกรุดแรง มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน คู่พระบารมีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยหลวงปู่แขกได้จาร 3 ชั้น 3 กษัตริย์ สวยมาก ดอกใหญ่มากๆ คุณสุเมธ (สายตรงวัตถุมงคลหลวงปู่แขก) แนะนำว่า อาจให้พกพา ถ้าแขวนไม่ได้ก็เก็บไว้ในกระเป๋า

ตะกรุดไม่ต้องกลัวเสื่อม ใส่เข้าห้องน้ำได้ ใส่ลอดราวผ้าได้ถุนบ้านได้ ขอเพียงอย่าทำลายชาติ ทำลายศาสนา ผิดศีล ผิดลูกผิดเมียใครเขา

เดี๋ยวจะเอาไปใส่หลอดนะครับ

21 มกราคม 2553

งานสมโภชพระพุทธชินราช

งานสมโภชพระพุทธชินราช หรือหลวงพ่อใหญ่ของชาวจังหวัดพิษณุโลก เป็นงานประจำปีที่ใครหลายๆคนรอคอย

เพราะในงานมีการละเล่น มีการแสดง มีสินค้าต่างๆมาขายมากมาย ผู้คนล้นหลาม

ผมเคยไปซื้อชายไม้แกะตัวเล็กมา 1 ตัว ใจจริงอยากได้เป็นคู่ แต่คนขายที่เป็นชาวเขาไม่ยอมลดราคาให้ แถมพูดแบบไม่สนใจเราเท่าไรนัก (ประมาณว่าหยิ่ง ว่างั้น)

ผมเป็นคนแพร่ แต่มีโอกาสไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุของวัดใหญ่ มากกว่า คนพิษณุโลกที่ผมรู้จัก ทั้งนี้เหตุผลเพราะ บันไดช่างสูงชันเสียเหลือเกิน สุดยอดครับ บางทีเวลาลงก็ขาสั่นเหมือนกัน ถ้าผมเป็นลม จะมีใครขึ้นไปอุ้มไหมเนี่ย.....

20 มกราคม 2553

เบอร์มรณะ รับโทรศัพท์แล้วตาย

หนึ่ง ในฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ยังคงส่งต่อถึงกันตั้งแต่หลายปีก่อน มาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่หมดไป และสร้างความฉงนให้กับผู้รับเป็นอย่างมาก นั่นคือ เรื่อง เบอร์มรณะ รับโทรศัพท์แล้วตาย ที่มักจะมีคนเขียนข้อความทำนองว่า "อย่ารับเบอร์โทรศัพท์เบอร์นี้เป็นอันขาด เพราะคุณอาจเสียชีวิตได้" จนมีผู้เรียกขานเบอร์โทรศัพท์แปลก ๆ เหล่านั้นว่า เบอร์มรณะ แม้กระทั่งภาพยนตร์เรื่อง 999-9999 ต่อ - ติด - ตาย ก็ยังมีพล็อตกล่าวถึง เบอร์มรณะ เช่นกัน ทำให้หลายคนสงสัยว่า จริง ๆ แล้ว เบอร์มรณะ มีจริงหรือแกล้งกันเล่นแน่

ล่าสุด กระแสข่าว เบอร์มรณะ กำลังถูกกระพืออีกครั้งผ่านปากต่อปากในหลายจังหวัดของภาคเหนือ โดยมีเสียงโจษจันต่อ ๆ กันมาว่า "ระวัง! ห้ามรับโทรศัพท์เบอร์ 083336xxxx , 083336xxxx , 083333xxxx เด็ดขาด เพราะคุณจะจบชีวิตลงแน่นอน" พร้อมกับระบุว่า มีหลายคนที่เสียชีวิตอย่างปริศนาจาก เบอร์มรณะ รับโทรศัพท์แล้วตาย นี่มาแล้ว

นอกจากนี้ ข่าวลือยังระบุอีกว่า เบอร์มรณะ 083336xxxx , 083336xxxx , 083333xxxx ที่โทรศัพท์เข้ามาจะโชว์เป็นเบอร์สีแดง โดยทุกคนที่ได้รับโทรศัพท์จากเบอร์สีแดง จะเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งมีการอ้างว่า หลายจังหวัดในภาคเหนือมีผู้เสียชีวิตจาก เบอร์มรณะ 083336xxxx , 083336xxxx , 083333xxxx มาหลายคนแล้ว โดยมีอาการแก้วหูแตก เลือดคั่งในสมอง

ทั้งนี้เรื่องราว เบอร์มรณะ ดังกล่าว ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นตามเว็บบอร์ดจำนวนหนึ่ง โดยความคิดเห็นเรื่อง เบอร์มรณะ รับโทรศัพท์แล้วตาย แบ่งออกเป็น 3 ทาง คือ ฝ่ายหนึ่งค่อนข้างเชื่อกับเรื่อง เบอร์มรณะ เพราะมีคนรู้จักประสบเหตุมาแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็เตือนให้ระวังกันไว้ ส่วนอีกฝ่ายมองว่า เรื่อง เบอร์มรณะ น่าจะเป็นการแกล้งกันเล่นมากกว่า

โดย ฝ่ายที่ไม่เชื่อเรื่อง เบอร์มรณะ นั้นได้ยกตัวอย่างเช่น สมมติบางคนไม่ชอบหน้าอีกคน หรืออยากจะแกล้งกันเล่น ก็อาจจะนำเบอร์โทรศัพท์ของคน ๆ นั้นมาโพสต์ในอินเทอร์เน็ต และสร้างกระแสว่าเป็น เบอร์มรณะ เพื่อให้คนใจกล้าลองโทรศัพท์เข้าไปพิสูจน์ดู ซึ่งแน่นอนว่าก็จะสร้างความเสียหายให้กับเจ้าของเบอร์โทรศัพท์เบอร์นั้นเป็น อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เรื่อง เบอร์มรณะ บางคนอาจมองว่าดูคล้ายกับ คิระ ในการ์ตูน Death Note มากเกินไป และอีกฝ่ายก็มองว่าไม่น่าทำให้หมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้าเครื่องคนอื่น โชว์เป็นสีแดงได้ หรืออาจเป็นการโปรโมทอะไรบางอย่าง แต่ก็มีหลายคนที่ยืนยันว่า เคยมีญาติรับ เบอร์มรณะ แล้วเสียชีวิตจริง ๆ ซึ่งหากใครไม่เชื่อ ก็ไม่ควรไปลบหลู่

สุด ท้ายแล้วการจะพิสูจน์ว่า เบอร์มรณะ 083336xxxx , 083336xxxx , 083333xxxx รับโทรศัพท์แล้วตาย นั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือมั่วนิ่ม ก็คงต้องให้เจ้าของเบอร์โทรศัพท์ หรือเครือข่ายโทรศัพท์ ออกมาชี้แจง เพื่อไขปริศนานี้ให้กระจ่าง เพราะหากเป็นเรื่องล้อเล่น หรือแกล้งกัน ดีไม่ดี ผู้ส่งฟอร์เวิร์ดเมล์อาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็เป็นได้

19 มกราคม 2553

นะ มะ พะ ทะ

ดิน น้ำ ลม ไฟ
น้ำ ลม ไฟ ดิน
ลม ไฟ ดิน น้ำ
ไฟ ดิน น้ำ ลม

คนเรามีแหล่งกำเนิด มีที่มา
แต่เวลาไป ไม่เห็นเหลืออะไรเลย เนาะ

18 มกราคม 2553

อุดมการณ์ วิญญานครู

ข่าวร้าย ข่าวเศร้า
ภาพที่เห็นคือนักเรียนขึ้นกับรถของเจ้าหน้าที่

เหนื่อยใจ สอนไม่ได้ หรือคนเป็นครูไม่ได้สอน

ไม่เคยคิดว่า ไม่ใช่ลูกกู

ไม่เคยดูถูก ทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว แต่ยังดีไม่พอ

ขอโทษ ที่ยังเป็นครูไม่สมบูรณ์

17 มกราคม 2553

ยามเช้าที่หนาวจับใจ

เช้านี้หนาวนัก
ไม่ใช่เพราะอากาศ แต่เพราะข่าวร้ายจากโรงเรียน
ว่ามีนักเรียนประพฤติพฤติกรรมไม่เหมาะสม

คนเป็นครู จะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ข่าวนี้
จะรู้สึกอย่างไร ถ้าใครๆก็บอกว่า สอนคนไม่เป็น

เหนื่อย
แต่ท้อไม่ได้

ขอโทษ ที่ครูเป็นครูที่ดีไม่ได้

16 มกราคม 2553

วันครู

วันนี้เป็นวันครู
ใครๆก็อยากกลับไปไหว้ครู
อยากไปกอดครู
ไปกราบแทบเท้าครู

เพราะครูเป็นผู้สั่งสอน ฝึกฝนให้เราเป็นคนดี

ผมคิดถึงพี่คนหนึ่ง คือ พี่ "แสงดาว ศรัทธามั่น"

ท่านเป็นครูมาก่อน แต่ไม่ชอบกับระบบที่ไม่เป็นธรรม การฉ้อโกงจากคนบางคน ท่านเลยลาออกมาจากครู มาสู่เสน้ทางของนักต่อสู้ เส้นทางของนักเขียน ท่านก็เป็นครูเช่นเดียวกัน สอนให้ผู้รู้ว่า การเป็นนักเขียนที่ดี

ผมรู้ว่าการเป็นครูนั้นเหนี่อย
รู้ว่างานครูหนัก
รู้ว่าครูลำบาก

เพราะผมเป็นครู เป็นลูกครู

15 มกราคม 2553

ขูด เพื่อเห็น(เลข)

แหมๆๆๆๆ

ใกล้วันหวยออก ใครๆก็ไปเสาะแสวงหา
ทั้งขูด ทา ถู เพื่อให้เห็นเลขเด็ด หวยดัง หวยอั้น หวยล้ม

บ้างก็ไปหาหวยต้นไม หวยวัว หวยหมู

บ้างก็เราเค้าหามา แล้วไปอ่านตามเน็ต น่านนนนนนน สบายดี
เหอะๆ ผมไม่ซื้อ เพราะ ไม่รู้ว่าจะถูกไหม เอาเงินไว้ทำอย่างอื่น เช่น บูชาพระ ทำบุญ กินหมูกระทะ อร่อยยยยยย

อิอิอิ ใครอยากสบายๆ ลองเข้าไปหาที่ http://www.lekdet.saweedas.com/ จะได้ไม่ต้อง ขูด ถู ไถ ครับ มีคนแนะนำมาครับ

14 มกราคม 2553

ติดตามวิทยานิพนธ์

วันนี้ต้องขออนุญาตออกมาก่อนเวลาเลิกเรียน
เพราะต้องมาจัดการเรื่องวิทยานิพนธ์ที่สอบแล้วแก้ไขไว้

ออกมา 12.45 น.

ขึ้นรถ 13.25 น.

มาถึงห้อง 14.05 น.

ไปเอาใบที่บัณฑิตฯ 14.10 น.

ไปพบอาจารย์ที่ ม.นเรศวร 15.20 น.

เหนื่อยเนาะ
กว่าจะขี่มอเตอร์ไซต์มาถึง กว่าจะมาจัดงาน กว่าจะมา.....โอยยยย

ใครที่ไม่ได้เรียน คงไม่เข้าใจ
เหนื่อยมาก ขนาดได้ดีเยี่ยม นะเนี่ย

13 มกราคม 2553

ครูบ้านนอกอยากกินเต้าหู้ทอดใบสะระแหน่

วันนี้หิวมากๆ
อยากกินเต้าหู้ทอดใบสะระแหน่ ไปลองหาดู อ้าววววว

เจอแล้ว วิธีทำ เต้าหู้ทอดใบสะระแหน่

ไปลองทำดูดีกว่า.........................

แซบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

12 มกราคม 2553

ครูบ้านนอก กับเครื่องแบบข้าราชการครู ตอนที่ 2

เมื่อการเดินทางในแต่ละวันสิ้นสุดลง นั่นคือความสบายใจที่ได้เอาชีวิตรอดไป 1 วัน

คนที่มีรถส่วนตัว มีรถยนต์ คงยังไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เท่าไรครับ เพราะการเดินทางที่ต้องเสียง "เนื้อหุ้มเหล็ก" มันยากลำบากขนาดไหน เวลาพลาดรถเมล์ ก็ต้องรออีกเที่ยวหนึ่ง ไม่ได้สึขสบายอย่างที่คิด

สิ่งเดียวที่เป็นกำลังใจ และคอยย้ำเตือนหน้าที่คือ ตราครุฑที่อยู่บนเข็มขัด นั่นแหละเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า เราคือคนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน

เครื่องแบบข้าราชการครู คือเครื่องแบบของคนในพระบาทฯ

11 มกราคม 2553

ครูบ้านนอก กับเครื่องแบบข้าราชการครู

การเป็นครู เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ
เพราะได้ทำหน้าที่สอนคน มิใช่การสั่งคน

นายพล สั่งทหารเข้ารบ
แต่ครูฝึก สอนทหารรบอย่างถูกวิธี รบแบบเอาตัวรอด

ความภูมิใจ คือ การที่ได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้ว่าการเดินทางจะยากลำบากไปสักหน่อย อีกทั้งยั้งต้องเสียงภัยโดนรถอ้อยเหยียบ

ไม่รู้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น จะได้ธงชาติคลุมหรือเปล่า เพราะไม่มีคำสั่ง (เพราะอยู่ระหว่างการเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ)

10 มกราคม 2553

เหรียญนเรศวรพาหุง วัดภูเขาทอง

วันนี้เอาเหรียญนเรศวรพาหุง วัดภูเขาทอง และเหรียญ 5 แถว - นะมหาสำเร็จกินไม่รู้สิ้น (รุ่นทูลเกล้าฯ) ของ อ.หนู กันภัยไปเลี่ยมพลาสติก
ชอบมากเลยครับ สวยงามและดูเข้มขลังดี

……..“เหรียญนเรศวรพาหุง” เป็นเหรียญทรงเสมาขนาดเขื่อง ด้านหน้าเป็นพระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหา ราช ประทับเหนือพระที่นั่งพุท ไธสวรรค์ ทรงพระแสงดาบบนพระเพลา ทรงหลั่งน้ำทักษิโณ ทกประกาศเอกราช ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ด้านหลังเป็นพระยันต์พาหุงมหากาฯ บทใหญ่ 8 แม่บท และพระยันต์นารายณ์ปราบไตรจักร ประกอบด้วยพระยันต์มหาปราบแม่บทใหญ่ ถึง 14 พระยันต์
……..เหตุที่เหรียญนี้ชื่อเหรียญพาหุง เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษอันประเสริฐ มีชัยชนะเหนือพญามารและเสนามารทั้งปวง และชนะเหนือศัตรูสำคัญที่มาผจญถึง 8 ครั้งด้วยกัน โบราณาจารย์จึงสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า เป็นบทสวดพาหุงมหากาฯ ดุจเดียวกับองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงมีชัยชนะเหนืออริราชศัตรู ปกป้องแผ่นดินไทยมาได้
……..อีกทั้ง “หลวงพ่อสายบัว” อัญเชิญพระคาถาพาหุงบทใหญ่ เสกประจุพุทธคุณอย่างเต็มที่ ซึ่งเชื่อกันว่าบทสวดพาหุงบทใหญ่นี้ มีพุทธคุณบันดาลชัยชนะเหนือศัตรู และอุปสรรคทั้งปวง ป้องกันและระงับภัย ส่งเสริมดวงชะตาของผู้สวดเป็นประจำ และจะมีเทพและพรหมมาคอยพิทักษ์รักษาอยู่เป็นนิจ จึงเป็นที่มาของเหรียญพาหุง ซึ่งเป็นเหรียญแห่งชัยชนะทั้งปวง

อ่านที่ http://www.amulet.saweedas.com/prageji/?p=40

09 มกราคม 2553

วันเด็ก

ถึงวันเด็กทีไร ทำให้ผมนึกถึงวันเด็กเมื่อปี 2549 ทุกที

ผมจำได้ว่า ตอนนั้นยังไปเรียน ป.โทอยู่

พอขี่รถผ่านซอยเจียรไนเพชร ผมเห็นเด็ก 2 คน
คนโตเป็นผู้หญิง น่าจะประมาณ 7 ขวบ สวนน้องชาย น่าจะประมาณ 4 - 5 ขวบ

ตัวเล็กๆ ผอม
เสื้อผ้าที่ดูเก่า ประกอบกับใบหน้าที่ไร้เดียงสา

ทั้งสองจอดจักรยานคันเล็กๆ สภาพเก่าๆ ลงคุ้ยเขี่ยถังขยะอยู่

ภาพนั้นยังติดตาผมมาถึงทุกวันนี้
เพราะเมื่อพ้อนซอนนั้นแล้ว ผมเห็นผู้ปกครองหลายคน ขับรถยนต์คันแพงๆ บ้างก็รถกระบะ บ้างก็มอเตอร์ไซต์ ลูกหลานไปดูรถถัง ดูเครื่องบิน เล่นของเล่น กินไอศกรีม รับของแจก

ในวันที่หลายคนมีความสุข
ในมุมเล็กๆของสังคม ก็มีคนที่ขาดโอกาสนั้นอยู่

หากคุณที่เข้ามาอ่าน คุณเป็นคนที่มีโอกาสมากมายทางสังคม เป็นนักธุรกิจ เป็นผู้บริหารระดับสูง เป็น CEO เป็นดาราที่กำลังจะได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่น (แม้อาจจะเปลี่ยนประวัติ ชื่อพ่อ ชื่อแม่ ก็ตาม) เป็นนักร้องที่จะได้รับรางวัลใช้ภาษาไทยดีเด่น ฯลฯ ขอความกรุณาหยิบยื่นโอกาสที่คุณมีให้คนอื่นๆบ้าง
ว่างๆ ลองหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์แบบง่ายๆ ... ไม่ต้องอาศัยหน้าตา ชื่อเสียง และยศฐาบรรดาศักดิ์ ขอเพียงความจริงใจ และจิตสาธารณะเท่านั้น เพราะนอกจากจะได้บุญแล้ว คุณอาจรับรู้ว่า ในมุมที่มืดมิด แสงสว่างเพียงนิดเดียว คือแสงดาวส่องนำทางครับ

ขอบคุณครับ

08 มกราคม 2553

ฝนตกหน้าหนาว หลังปีใหม่เนี่ยนะ!!!

โอยยยยย

อะไรกันเนี่ย

ฝนตกมา 2 วันแล้ว มันก็ไม่แปลกหรอก มันแปลกตรงที่ ก่อนหน้านี้ 4 วัน อากาสร้อนจนต้องเปิดพัดลม
แล้วฝนก็ตก โครมเบ้อเร้อ

ที่สำคัญ ตกหน้าหนาว ตกจนกรุงเทพน้ำขัง(เพราะผู้ว่า กทม. คนเหนึ่งเคยด่านักข่าว ที่ดันไปถามว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร และไม่เคยโพล่หัวไปแก้ปัญหาเลย เค้าก็ตอกกลับว่า "กรุงเทพแค่น้ำขัง ไม่ใช่น้ำท่วม แล้วจะให้กระผมทำอย่างไร ถ้าผมลงไปแช่น้ำแล้วน้ำแห้ง ผมก็จะไป") น่านนนนนนนนน

พอฝนตก อากาศก็เย็นลงมาก
หลายคนเป็นไข้ ไม่สบาย ป่วย และที่สำคัญ ไม่มีใครรณรงค์สวมหน้ากากอนามัยแล้ว

ทุกวันนี้ แทบจะมีผมคนเดียวมั้ง ที่สวมหน้ากากเข้าหาคนอื่นแวลานั่งรถเมล์

เซ็งเลย ฟ้าผ่าด้วย

ดีนะที่วันนี้ได้อาศัยรถยนต์เค้าเข้าโรงเรียน ไม่งั้นเปียกปอนแน่ๆครับ
เฮ้อ....ชีวิต ครูบ้านนอก

07 มกราคม 2553

พระขับเก๋งบิณฑบาตร กับการทำบุญที่รู้สึกต่างกัน

เมื่อเช้าได้ดูข่าวพระขับรถเก๋งบิณฑบาตร พอเห็นแล้วก็ร้องเฮ้ย!! ใช่เลยนี่หว่า

ที่ว่าใช่เลยก็เพราะเป็นพระที่ขับรถคันดังกล่าวในบริเวณที่ผมอาศัยอยู่
ผมจะไปซื้อกับข้าวประมาณ 6 โมง ก็จะเห็นท่านประจำ
ตอนแรกก็มีความรู้สึกไม่ดี แต่ก็คิดว่า สงสัยไม่มีพระลูกวัด หรือโยมอยู่ใกล้ๆขับรถให้ ท่านจึงต้องขับเอง

หลายท่านที่เคยใส่บาตรบริเวณสี่แยกบ้านคลองก็คงทรายบกันดี เพราะท่านจะเป็นพระรูปเดียวที่ไม่ให้โยม "นั่งรับพร" ท่านจะให้โยมยืนรับพร ซึ่งโยมบางคนก็เก้ๆกังๆ (ใส่บาตรนั่งรับพรมา 40 ปีแล้ว มาเจอแบบนี้ก็งง)

ครั้งแรกที่ผมเห็นคือ ท่านขับรถมาจอด 7 - 11 สาขา 3388 (ตลาดบ้านคลอง) ผมนั่งคร่อมจักรยานยนต์อยู่ มีรถเก๋งคันดังกล่าวมาจอด มองด้านหลังมีสายรัดของรัดกระโปรงรถอยู่ ก็แอบยิ้มขำๆคนเดียว แต่รอยยิ้มก็หุบไป เมื่อ "ท่าน" ลงมาจากรถ พร้อมทั้งเอาบาตรลงมา

"เฮ้ย"

ผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่กล้าทำอะไร ....

ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ (ที่ข่าวออก)
คนที่ใส่บาตรจะเห็นท่าน...ขับรถ
เคยมีครั้งหนึ่ง ที่มีโยมขับให้

มาตอนหลัง ผมก็รู้ว่า สิ่งที่ผมคิดนั้นผิด
เพราะพระลูกวัด "วัดบ้านคลอง" ก็นั่งรถซาเล้ง(ไม่เกี่ยวกับคุณโสภณนะครับ)ประมาณ 4 - 5 รูป มาบิณฑบาตร โดยมีโยมขี่ให้
แสดงว่า ท่านไม่ได้อยู่รูปเดียวสินะ.... วัดป่า วัดธรรมยุต... วัดบ้านคลอง (ธ)

แต่วันนี้เช่นเดียวกัน ผมนำมุ้งและยาไปทำสังฆทานที่วัดป่า ข้างโรงเรียนผม
ทางไปก็ขรุขระ ไปกับพี่อีก 3 คน
เมื่อไปถึง สภาพวัด (ไม่รู้ว่าเป็นวัดหรือสำนักสงฆ์) ก็เรียบง่าย เพราะเดินท่านอยู่รูปเดียว ตอนนี้มีพระนวกะมาอยู่ด้วยอีก 1 รูป (บวชเมื่อ 1 ธ.ค.) เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนผมเอง

ภายในศาลาก็ไม่มีอะไร มีเพียงพระพุทธรูปขนาดประมาณ 1 ศอก 2 ศอก อยู่ 3 องค์ ขนาด 5 นิ้ว 7 นิ้ว อยู่ไม่กี่องค์ แต่สะอาด ไฟฟ้าไม่มีใช้ ข่าวไม่ฟัง ทีวีไม่ดู พัดลมเก่าๆ 1 ตัว โอย เรียบง่ายมากๆ สุดยอดครับ

ปกติท่านจะเดินบิณฑบาตรไปเกือบครึ่งหมู่บ้านด้วยเท้าเปล่า จนหลายคนลือกันว่า "ท่านย่นระยะทางได้" ซึ่งท่านก็บอกว่า ไร้สาระ

พอถวายสังฆทาน ซึ่งมีมุ้ง มียา มีน้ำ มีเครื่องอุปโภคบริโภคที่สงฆ์พึงมีได้ (ของ 4 คน ก็ดูมากอยู่)
ท่านให้ทำตามขั้นตอนแล้วสอนว่า "การทำบุญไม่เน้นเรื่องจำนวนมาก มีน้อยให้น้อย มีมากให้ตามสมควร ไม่ควรทำให้เดือดร้อยทั้งกาย วาจา ใจ"

"จิตที่ให้พึงบริสุทธ์ ไม่ต้องไปมองว่า ของคนนั้นมากกว่าของเรา เพราะจะทำให้บุญที่จะได้ลดไป"

และของที่ได้ มากเกินไป ท่านก็จะขอเอาไปบริจาค

ผมและพี่ๆเชื่อว่า ท่านไม่ได้สร้างภาพแน่นอน เพราะข้าวของสมบัติในวัด ไม่มีอะไรเลย มีเพียงความสงบ เรียบง่าย เอาไว้ขัดเกลาสันดานหยาดของคน

เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญในวันเดียวกัน ส่วนจะตัดสินอย่างไร ก็ตามสติของแต่ละท่านครับ

06 มกราคม 2553

แข่งกีฬาสีวันที่ 2

วันนี้แข่งกีใสวันสุดท้าย
เด็กๆบางส่วนตื่นเต้น

เมื่อวาน ฝุ่งเต็มขากางเกง เต็มรองเท้าเลยครับ เหอะๆ

05 มกราคม 2553

กีฬาสีวันแรก

วันนี้ที่โรงเรียนแข่งกีฬาสีวันแรก
รู้สึกไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ก็เต็มที่ในการทำงาน
เอาไว้อารูปมาลงนะครับ

04 มกราคม 2553

สวัสดีวันแรกของปี

ก็ต้องขอกล่าวสวัสดีวันแรกของการทำงานหลังจากที่ได้หยุดมาหลายวัน
ทั้งที่ป่วย และ สนุก รู้จึกได้บุญ

การแสวงหาสิ่งดีๆ คือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ
แล้วทำไรไม่ลองนั่งดูลมหายใจของเรา

...นั่งดูสติของเรา

แล้วเราจะรู้ว่า ความสุขของเรานั้นบางครั้งไม่ต้องเดินทางเลย
แค่นั่งดูสติก็มีความสุขแล้ว

วันนี้เตรียมการแข่งกีฬาสีในวันพรุ่งนี้ เหนื่อยมากครับ

03 มกราคม 2553

วันแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ

วันนี้ก็วันสุดท้ายของวัดหยุดยาวแล้ว

กว่าจะได้พักยาวๆก็ลำบาก ผ่านงานมากมาย
กว่าจะได้หยุด ก็ต้องลำบาก วางแผนซับซ้อน 2 ชั้น 3 ชั้น

นี่กว่าจะกลับมาทำงาน ก็ต้องวางแผน กลับมาก่อน 2 วัน เพราะกลัวคนเยอะ

ไม่รู้ว่าทำไม วันหยุดยาว ต้องมีเหตุการณ์ที่รถโดยสาร ไม่เพียงพอกับคนเดินทางเนาะ

ผมเคยขึ้นรถเมล์ช่วงปีใหม่ครั้งหนึ่ง ที่คนขับรถ ยกเหล้าแบน (ยี่ห้อที่เคยครองอันดับ 1 เรื่องปฏิทินเห็นนม)

นั่งไปภาวนาไป กลัวรถตกเขาพลึงจริงๆๆๆ

เอ้อ ความรับผิดชอบของสังคม

02 มกราคม 2553

ให้คะแนนข้อเขียนนี้...คุณจะให้กี่ดาวดีจ๊ะ